Showing posts with label ปัญหา. Show all posts
Showing posts with label ปัญหา. Show all posts

Tuesday, April 12, 2011

Kriengsak Chareonwongsak : ลูกถูกเพื่อนแกล้ง 1




sukk.araya is moved by the inspiration of
my teachers,
my friends and  



-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

รับมือ ลูกถูกเพื่อนแกล้ง ที่โรงเรียน 1 


นักวิชาการอาวุโส ศูนย์ศึกษาธุรกิจและรัฐบาล มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด


ลูกกลับจากโรงเรียนถูกเพื่อนแกล้ง...ชกตาบวมปูด...มีรอยหยิกตามตัว...รอยกัดที่หน้า...ของใช้ส่วนตัว ยางลบดินสอหายเป็นประจำ ฯลฯ นับเป็นเรื่องที่พ่อแม่เกือบทุกคนล้วนแล้วแต่มีประสบการณ์ดังกล่าวเมื่อลูกถึงวัยเข้าโรงเรียน  เช่นเดียวกับสมัยที่พ่อแม่ยังเป็นเด็กย่อมเคยถูกเพื่อนแกล้งหรือแกล้งเพื่อนมาบ้างไม่มากก็น้อย 
ปัญหาเด็กทะเลาะกัน แกล้งกันไปแกล้งกันมา แม้ดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาสามัญในธรรมชาติของเด็กที่อาจมีความจำกัดในการสื่อสาร  การมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ไม่รู้วิธีการชวนเพื่อนเล่น ไม่สามารถประเมินการใช้กำลังการออกแรงของตนได้ จึงทำให้ดูเหมือนว่าเด็กบางคนชอบแกล้งเพื่อนหรือชอบเล่นกับเพื่อนแรง ๆ
อย่างไรก็ตาม็้ปัญหาที่ดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อยหรือเรื่องธรรมดาของเด็ก ๆ นั้นหากพ่อแม่หรือผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องเพิกเฉยหรือจัดการปัญหาดังกล่าวอย่างผิด ๆ แล้ว  จากปัญหาเด็กทะเลาะกัน แกล้งกัน ธรรมดาอาจพัฒนากลายเป็นปัญหาใหญ่ที่สะเทือนขวัญในสังคมก็เป็นได้  ดังตัวอย่างไม่นานมานี้ที่ประเทศสหรัฐอเมริกานักศึกษาชาวเกาหลีใต้บุกเข้ากราดยิงเพื่อนและอาจารย์ในมหาวิทยาลัยเสียชีวิตจำนวนมาก สืบพบสาเหตุเบื้องหลังมาจากนักศึกษาชาวเกาหลีคนนี้ถูกเพื่อนแกล้งมาตั้งแต่เด็ก ๆ  โดยไม่มีใครช่วย จึงได้แต่เก็บกดกลายเป็นความคับแค้นใจและระเบิดออกมาเป็นเหตุการณ์ฆาตกรรมหมู่ดังกล่าว    
จากข้อมูลผลสำรวจพฤติกรรมรังแกกันในโรงเรียนของประเทศไทยเปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ ที่มีปัญหานี้เช่นกัน พบว่า ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 2 ที่มีสัดส่วนนักเรียนถูกรังแกถึงร้อยละ 40 รองจากประเทศญี่ปุ่นที่มีนักเรียนถึงร้อยละ 60 ถูกเพื่อนรังแก ผลระยะยาวที่เกิดขึ้น คือ หากเด็กที่ถูกรังแกบ่อย ๆ แล้วไม่ได้รับการช่วยเหลือหรือแก้ปัญหาย่อมเสี่ยงต่อการเติบโตมาด้วยภาวะซึมเศร้าในอนาคต  หรือถูกกดดันจนถึงกับฆ่าตัวตายซึ่งพบมากในประเทศญี่ปุ่นและอังกฤษ ฝ่ายเด็กที่ชอบไปรังแกคนอื่นหากไม่มีผู้ใหญ่เข้าไปอบรมสั่งสอนหรือมีแต่ให้ท้ายแล้วเด็กในกลุ่มนี้มีแนวโน้มเติบโตมาด้วยการเคยชินกับการใช้ความรุนแรงกับครอบครัว  คนรอบข้าง กลายเป็นอันธพาลไม่มีใครอยากคบหา เป็นที่รังเกียจของคนในสังคม
ปัญหาเรื่องการทะเลาะเบาะแว้ง กลั่นแกล้งกันในโรงเรียน จึงไม่เป็นเพียงปัญหาเล็กน้อยอีกต่อไปแต่เป็น ราก หรือมูลเหตุของปัญหาการใช้ความรุนแรงที่ถูกบ่มเพาะรอวันเกิดดอกออกผลในอนาคต  พ่อแม่จึงควรเรียนรู้หาวิธีการรับมือที่ถูกต้องกับปัญหาดังกล่าวอย่างถูกต้องเพื่อตัดไฟแต่ต้นลม       

Sunday, April 10, 2011

Kriengsak Chareonwongsak : รับมือ ลูกเรียนไม่ทันเพื่อน 3




sukk.araya is moved by the inspiration of
my teachers,
my friends and  



 
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

รับมือ ลูกเรียนไม่ทันเพื่อน 3


นักวิชาการอาวุโส ศูนย์ศึกษาธุรกิจและรัฐบาล มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

    ปัญหาที่สืบเนื่องมาจากระบบการศึกษา  ทั้งด้านคุณภาพการเรียนการสอน ครูผู้สอน ระบบการประเมินวัดผล ที่ไม่ได้มุ่งเน้นให้เด็กเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาอย่างแท้จริง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระบบการสอบแข่งขันเข้ามหาวิทยาลัย การแข่งขันแย่งชิงกันเข้าโรงเรียนดัง คณะยอดนิยมตามกระแสค่านิยมของสังคม อันเป็นแรงกดดันสำคัญที่บีบบังคับให้ทั้งตัวเด็กเองรวมทั้งพ่อแม่ผู้ปกครองต่างมุ่งหน้าสู่เส้นทางดังกล่าวโดยปราศจากทางเลือกอื่น ๆ ตัวอย่างเช่น ลูกของเราอาจมีความโดดเด่นความสามารถพิเศษในเรื่องดนตรีและศิลปะ แต่จากระบบการศึกษาที่ใช้เกณฑ์ในด้านวิชาการเท่านั้นเป็นตัววัดและประเมินผล จึงทำให้ลูกของเราอาจต้องสอบตก ซ้ำชั้น ไม่ประสบผลสำเร็จในการเรียนตามเกณฑ์มาตรฐานที่รัฐวางไว้บังคับให้ทุกคนต้องไปในทิศนี้...หรือลูกของเราอาจเป็นเด็กที่เรียนปานกลางแต่ไม่ได้ไปเรียนพิเศษกับครูที่โรงเรียน ส่งผลให้ลูกสอบได้คะแนนต่ำสุดในขณะที่เพื่อนที่ไปเรียนพิเศษกลับได้คะแนนกันสูง ๆ เนื่องจากรู้แนวข้อสอบจากชั้นเรียนพิเศษมาเรียบร้อยแล้ว    เป็นต้น  
โดยการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น นอกจากการเลือกคนเก่งคนดีมีวิสัยทัศน์เข้ามาบริหารประเทศชาติแล้ว พ่อแม่ทุกคนจำเป็นต้องรวมพลังกันเพื่อมีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบการศึกษาของประเทศ  อาทิ การรวมตัวเป็นเครือข่ายพ่อแม่ เครือข่ายผู้ปกครอง เพื่อผลักดันร่างกฎหมายต่าง ๆ ในการปฏิรูประบบการศึกษาในประเทศให้มีคุณภาพอย่างแท้จริง 
อย่างไรก็ตาม พ่อแม่ต้องยอมรับว่ากระบวนการในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นบางครั้งจำเป็นต้องใช้เวลายาวนานกว่าจะประสบผลสำเร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาที่สืบเนื่องมาจากระบบการศึกษาของประเทศที่ใช้เกณฑ์วัดผลเดียวกันหมดในการตัดสินพิพากษาว่าเด็กคนไหนเรียนเก่ง ไม่เก่ง โดยไม่ได้มุ่งเน้นการพัฒนาการศึกษาให้ตรงตามศักยภาพของเด็กแต่ละคนอย่างแท้จริง  ซึ่งหากลูกของเราไม่สามารถผ่านเกณฑ์ดังกล่าวได้อาจส่งผลให้เขามีภาพลักษณ์ที่ผิดต่อตนเองไปตลอดชีวิตในการมองตนเองว่าไร้ค่า ไร้ความสามารถ  พ่อแม่จึงจำเป็นต้องสร้างมุมมองที่ถูกต้องกับตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้าง ความนับถือตนเอง  ให้กับลูกควบคู่ไปด้วย โดยเริ่มจาก   


Kriengsak Chareonwongsak : รับมือ ลูกเรียนไม่ทั้นเพื่อน 2




sukk.araya is moved by the inspiration of
my teachers,
my friends and  



 
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------
รับมือ ลูกเรียนไม่ทันเพื่อน 2

นักวิชาการอาวุโส ศูนย์ศึกษาธุรกิจและรัฐบาล มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

ปัญหาที่มาจากตัวลูกเอง  พ่อแม่ควรสังเกตลูกของตนว่ามีปัญหาความผิดปกติในเรื่องภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้หรือไม่ มีภาวะสมาธิสั้นหรือไม่ ลูกมีปัญหาสายตาผิดปกติ อาทิ สายตาสั้น สายตาเอียง ทำให้มองกระดานไม่เห็นหรือไม่  รวมทั้งสังเกตพฤติกรรมต่าง ๆ ของลูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของความมีระเบียบวินัย ในการอ่านหนังสือ ทบทวนบทเรียน ทำการบ้าน ลูกเป็นคนที่ขยันหมั่นเพียร หรือเป็นเด็กขี้เกียจ  ลูกชอบนอนดึกหรือไม่จึงนอนไม่เพียงพอทำให้เรียนหนังสือไม่รู้เรื่อง โรงเรียนไกลบ้านทำให้ลูกต้องเหน็ดเหนื่อยไปกับการเดินทางจนไม่มีเวลาทบทวนบทเรียน  เป็นต้น เพื่อหาทางแก้ปัญหาได้อย่าตรงจุดอย่างแท้จริงต่อไป เช่น ปรึกษาแพทย์กรณีพบภาวะผิดปกติในการเรียนรู้ ปรึกษากับคุณครูที่โรงเรียน รวมทั้งช่วยลูกฝึกฝนเรื่องระเบียบวินัย การจัดตารางเวลา การสร้างลักษณะนิสัยที่เอื้อต่อความสำเร็จในการเรียน  ฯลฯ   
นอกจากนี้ จากระบบการเรียนการสอนสมัยใหม่โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระแสโรงเรียนนานาชาติ หรือ โรงเรียนสองภาษา (Bilingual) ที่กำลังมาแรง ส่งผลให้พ่อแม่ที่ขาดความรู้ความเชี่ยวชาญในภาษาที่สอง ไม่สามารถแนะนำช่วยเหลือลูกในยามที่มีปัญหาเรื่องการเรียนได้มากนัก  ดังนั้น ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกให้ลูกเข้าสู่ระบบการศึกษาใด ๆ พ่อแม่จำเป็นต้องทำความเข้าใจถึงปรัชญาการสอนของระบบการศึกษาในแต่ละรูปแบบ พร้อมประเมินดูความพร้อมของตนว่าสามารถสนับสนุนลูกในระบบการศึกษาดังกล่าวได้หรือไม่    

Kriengsak Chareonwognsak : รับมือ ลูกเรียนไม่ทันเพื่อน 1




sukk.araya is moved by the inspiration of
my teachers,
my friends and  



 
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

รับมือ ลูกเรียนไม่ทันเพื่อน” 1 


นักวิชาการอาวุโส ศูนย์ศึกษาธุรกิจและรัฐบาล มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

ลูกเรียนช้า เรียนไม่ทันเพื่อน นับเป็นอีกหนึ่งปัญหาสำคัญของหัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่  ด้วยความเชื่อที่ว่า การศึกษา เป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับฐานะทางสังคมและเป็นประตูเปิดสู่ความสำเร็จของชีวิต ดังนั้น เมื่อลูกมีปัญหาในเรื่องนี้พ่อแม่จึงรู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจมากเป็นพิเศษ
ไม่เพียงแต่ความวิตกกังวลของพ่อแม่เท่านั้น ตัวลูกเองในยามที่มีปัญหาเรื่องการเรียน ทั้งจากการเรียนไม่ทันเพื่อน ไม่เข้าใจบทเรียนที่ครูสอน  ลูกย่อมเกิดความรู้สึกตึงเครียดไม่น้อยไปกว่าพ่อแม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพ่อแม่ขาดความเข้าใจในปัญหาหรือช่วยลูกแก้ปัญหาอย่างไม่ตรงจุดแล้ว ความเครียดที่เกิดขึ้นย่อมเพิ่มเป็นหลายเท่าทวีคูณ  อาจส่งผลให้ลูกรู้สึกเบื่อหน่ายการเรียน ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง ยิ่งหากพ่อแม่นำตนไปเปรียบเทียบกับเด็กอื่นที่เรียนเก่งกว่า ลูกย่อมมองตนเองอย่างด้อยค่าและอาจหาทางออกไปในทางที่ผิด
จากงานวิจัยพบว่า เด็กที่เที่ยวเตร่ หนีเรียน หรือประชดชีวิตด้วยการเสพยา มั่วสุมทางเพศ เด็กในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นเด็กที่มีปัญหาเรื่องการเรียนและขาดการเห็นคุณค่าในตนเอง  ถูกพ่อแม่ต่อว่าเรื่องการเรียน ครูดูถูก เพื่อนตั้งข้อรังเกียจไม่ให้เข้ากลุ่ม
ความสามารถในการเรียนของลูกนั้น นับเป็นตัวชี้วัดอย่างหนึ่งที่เปิดเผยให้พ่อแม่ได้เห็นถึง    ศักยภาพความสามารถ  รวมทั้ง ปัญหา ที่ซุกซ่อนอยู่ในตัวลูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบโดยตรงในเรื่องของการนับถือตนเอง (self esteem)  อันเป็นความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ทุกคนที่ต้องการรู้สึกว่าตนนั้นมีคุณค่า มีความหมาย และมีสิ่งดี ที่สามารถปรากฏออกสู่สายตาคนทั่วไปให้เป็นที่ยอมรับได้  เป็นพลังความเชื่อมั่นในชีวิตที่คอยผลักดันให้เราก้าวไปข้างหน้า และสามารถประสบความสำเร็จในการทำสิ่งต่าง ๆ 
ดังนั้น หากลูกพบว่าผลการเรียนของตนย่ำแย่  ผนวกกับได้รับการตอกย้ำจากพ่อแม่ เพื่อนฝูง ครูอาจารย์ อาจแสดงออกมาโดยไม่รู้ตัว ฯลฯ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ย่อมเป็นตัวบั่นทอนการนับถือตนเองของลูกให้ลดน้อยลงไปเรื่อย ๆ โดยตอกย้ำลงไปในจิตใต้สำนึกว่าตนนั้นเป็นคนโง่ ไม่ได้เรื่อง ไม่สามารถทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดสำเร็จได้ ชั่วชีวิตนี้คงไม่สามารถประสบความสำเร็จได้เป็นแน่  ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายหากลูกมีมุมมองต่อตนเองเช่นนี้
ปัญหาเรื่องการเรียนของลูกจึงนับเป็นปัญหาสำคัญเร่งด่วนที่พ่อแม่ควรเร่งรีบหาทางช่วยเหลือลูกอย่างสุดกำลัง โดยไม่ควรเพิกเฉยคิดว่าเรียนไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็ตามทันเพื่อนเอง หรือใช้วิธีการง่าย ๆ ในการแก้ปัญหาด้วยการส่งลูกไปเรียนพิเศษหรือกวดวิชาเท่านั้น แต่พ่อแม่จึงจำเป็นต้องพิจารณาถึงสาเหตุที่แท้จริงของปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อสามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นได้อย่างตรงจุดตรงประเด็น ไม่ว่าจะเป็น