Showing posts with label รักพ่อ. Show all posts
Showing posts with label รักพ่อ. Show all posts

Wednesday, April 20, 2011

Kriengsak Chareonwongsak:รักพ่อ7




sukk.araya is moved by the inspiration of
my teachers,
my friends and  



-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

แม่รักลูก...ต้องสนับสนุนให้ลูกรักพ่อ 7


นักวิชาการอาวุโส ศูนย์ศึกษาธุรกิจและรัฐบาล มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
kriengsak@kriengsak.com, http:// www.kriengsak.com

นอกจากนี้แม่ควรเป็นผู้กระตุ้นให้พ่อคิดเสมอว่าการกระทำที่เหมือนกับการเพิกเฉยต่อลูก ๆ นั้น จะส่งผลต่อความรู้สึกของลูกมากเพียงใดและเมื่อลูกผิดหวังจากครอบครัวแล้วเขาอาจถูกค่านิยมสังคมที่เสื่อมทรามลงฉุดเขาไปในทางที่เสื่อมเสียได้ แม่จึงไม่ควรเห็นด้วยหรือปล่อยปละละเลยเมื่อพ่อปฏิเสธลูกว่า พ่องานยุ่งมากไม่มีเวลา แต่ควรพยายามขอร้องให้พ่อได้ใช้เวลากับลูก โดยตระหนักว่าเด็ก ๆ ต้องการได้รับการยอมรับ เขาไม่ต้องการการถูกปฏิเสธ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากคนที่เขาคาดหวังว่าจะได้รับความรัก และหากเขาไม่ได้รับการเติมเต็มความรักจากทั้งพ่อและแม่อย่างเพียงพอ เขาย่อมมีแนวโน้มวิ่งเข้าหาความรักจากแหล่งอื่นและอาจเลือกที่จะดำเนินชีวิตในทางที่ผิดได้   
แม่ทุกคนที่มีความรักต่อลูกอย่างล้นเหลือจึงควรสนับสนุนให้ลูกมีทัศนคติมุมมองที่ดีต่อพ่อด้วยเช่นกัน แม้ในความจำกัดของตัวพ่อเองที่อาจไม่ได้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ แต่บทบาทของแม่คือการมองหาส่วนดีของพ่อที่มีอยู่และชี้ให้ลูกเห็นในสิ่งนั้นพร้อมส่งเสริมให้ลูกนั้นมีความรักนับถือในพ่อของตน ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการมอบสิ่งดีที่สุดให้แก่ลูกแล้ว ยังเป็นการสร้างสัมพันธ์รักที่ดีต่อกันในครอบครัวอีกด้วย









Kriengsak Chareonwongsak:รักพ่อ6




sukk.araya is moved by the inspiration of
my teachers,
my friends and  



-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

แม่รักลูก...ต้องสนับสนุนให้ลูกรักพ่อ 6

  
นักวิชาการอาวุโส ศูนย์ศึกษาธุรกิจและรัฐบาล มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
kriengsak@kriengsak.com, http:// www.kriengsak.com

ชักชวน พ่อ ให้ช่วยเลี้ยงลูก
แม่ควรเห็นความสำคัญของพ่อในการมีส่วนเลี้ยงดูและสร้างชีวิตของลูก เนื่องจากการที่ลูกจะเติบโตอย่างมีความมั่นคงทางอารมณ์ มีความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่นหรือมีความเชื่อมั่นในตนเองได้นั้นต้องมีทั้งพ่อและแม่เป็นแบบอย่างที่สมดุล โดยบทบาทของแม่นั้นคือการเป็นแบบอย่างในเรื่องของความอ่อนโยนมีเมตตาความอ่อนหวาน ส่วนพ่อนั้นเป็นแบบอย่างในเรื่องความกล้าหาญ ความรับผิดชอบ การทำงานหนัก เป็นต้น  ดังนั้นพ่อจึงจำเป็นต้องใช้เวลากับลูก ใกล้ชิดสนิทสนมกับลูก เพื่อลูกสามารถสัมผัสได้ถึงความรักและเห็นแบบอย่างที่ดีของผู้เป็นพ่อ 
โดยแม่ควรเป็นผู้ที่คอยส่งเสริมให้พ่อได้มีส่วนร่วมในการเลี้ยงดูลูก เปิดโอกาสให้ลูกได้ใกล้ชิดพ่อเสมอ อาทิ พยายามหาโอกาสให้พ่อกับลูกได้ใช้เวลาด้วยกัน เวลา ให้พ่อได้มีโอกาสให้คำปรึกษาแนะนำลูกในเรื่องต่าง ๆ สนับสนุนให้พ่อเป็นคนสร้างบรรยากาศภายในบ้าน เช่น เล่นกีฬากับลูก ทานอาหารกับลูก สอนการบ้าน ฯลฯ  แม้โดยบทบาทของพ่อที่ต้องออกไปทำงานนอกบ้านเป็นหลักนั้นจะมีเวลาเหลือน้อยเต็มที่ในการมอบให้กับลูกแต่พ่อแม่ควรพูดคุยกันให้ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลลูก เพื่อพ่อจะสามารถจัดสรรเวลาที่แม้มีอยู่น้อยนั้นได้อย่างเกิดประสิทธิภาพสูงสุด


Kriengsak Chareonwongsak:รักพ่อ5




sukk.araya is moved by the inspiration of
my teachers,
my friends and  



-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

แม่รักลูก...ต้องสนับสนุนให้ลูกรักพ่อ 5

 

นักวิชาการอาวุโส ศูนย์ศึกษาธุรกิจและรัฐบาล มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
kriengsak@kriengsak.com, http:// www.kriengsak.com

อย่า ทะเลาะ กันต่อหน้าลูก
การทะเลาะกันในบ้านเป็นภาพสะท้อนที่รุนแรงเปรียบได้กับการทำสงครามในสนามรบ คำพูดรุนแรงที่ออกจากปากแต่ละครั้งเปรียบได้กับการสาดกระสุนเข้าหากันและทะลุเข้าไปในจิตใจ ส่งผลให้ต่างฝ่ายต่างบาดเจ็บเนื่องมาจากคำพูดของกันและกัน พร้อม ๆ กับการระเบิดอารมณ์อย่างรุนแรงใส่กันที่มีอานุภาพทำลายล้างทุกสิ่งที่อยู่รอบข้างรวมทั้งลูก ๆ ที่รับฟังอยู่ในขณะนั้นด้วย 
ลูกย่อมปวดร้าวใจทันทีที่เห็นพ่อกับแม่ทะเลาะกัน เพราะเด็กจะคาดหวังว่าบ้านนั้นคือที่ที่ให้ความรักความอบอุ่นแก่ตน การทะเลาะกันของพ่อแม่จึงเท่ากับเป็นการทำลายความหวังของเด็ก ส่งผลให้เด็กรู้สึกอ้างว้างและตระหนกตกใจ เกิดความกลัว ลูก ๆ ย่อมไม่อยากเห็นคนที่เขารักใช้อารมณ์หรือใช้ความรุนแรงเกรี้ยวกราดเข้าหากัน หากพ่อแม่ทะเลาะกันบ่อยครั้งลูกย่อมมีความรู้สึกว่าบ้านไม่น่าอยู่ ไม่มีความสุขสงบ ไม่มีความรักให้แก่กัน ส่งผลให้ลูกหันไปแสวงหาสิ่งอื่นมาชดเชย เช่น  ติดเพื่อน ติดแฟน หันเข้าหายาเสพติด เที่ยวเตร่ไม่ยอมกลับบ้าน  เป็นต้น
ดังนั้นเมื่อเกิดความขัดแย้ง ความไม่เข้าใจกันในบางเรื่อง ก่อนที่จะตัดสินใจปะทะคารมต่อกัน แม่ควรระงับความไม่เข้าใจนั้นไว้ก่อนเพื่อเห็นแก่ลูก ต่างฝ่ายต่างควรที่จะยินดีประนีประนอมและปิดห้องคุยปรับความเข้าใจกันอย่างเงียบ ๆ ย่อมเป็นวิธีการที่ดีกว่า 

Kriengsak Chareonwongsak:รักพ่อ4




sukk.araya is moved by the inspiration of
my teachers,
my friends and  



-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

แม่รักลูก...ต้องสนับสนุนให้ลูกรักพ่อ 4

 
 

นักวิชาการอาวุโส ศูนย์ศึกษาธุรกิจและรัฐบาล มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
kriengsak@kriengsak.com, http:// www.kriengsak.com

แม่ควรสนับสนุนให้ลูกรักพ่ออย่างไร 
แม่ที่รักลูกย่อมยินดีให้สิ่งที่ดีแก่ลูกและหากการที่ลูกจะมีมุมมองและทัศนคติที่ดีต่อพ่อของเขานั้นย่อมเป็นสิ่งดีที่ผู้เป็นแม่ควรสนับสนุนให้ลูกมีความรู้สึกที่ดีต่อพ่อของตนให้มากที่สุดเท่าที่สามารถทำได้ อาทิ 
หมั่น ชมเชย พ่อต่อหน้าลูก  
แม่ที่รักลูก รักสามี รักครอบครัวย่อมปรารถนาให้สิ่งที่ดีที่สุดแก่ครอบครัวเสมอ เมื่อรู้ว่าสิ่งใดที่กระทำแล้วเกิดผลเสียมากกว่าผลดีย่อมหลีกเลี่ยงไม่ทำสิ่งนั้น ภรรยาบางคนชอบมองสามีเป็นเหมือนตัวตลก โดยเฉพาะภรรยาที่เก่งกว่าหรือมีความสามารถมากกว่า เมื่อสามีประสบความล้มเหลวหรือทำบางสิ่งบางอย่างผิดพลาดหรือกระทำตัวไม่เป็นแบบอย่างในบางเรื่องจึงมักใช้คำพูดเยาะเย้ยถากถาง เสียดสี ให้สามีกลายเป็นคนที่ไร้ค่า เมื่อลูก ๆ เห็นสภาพดังกล่าว ลูกจึงรู้สึกสูญเสียความเชื่อถือในตัวพ่อลงไปทันที 
ในฐานะ ภรรยาและแม่ที่ดีควรรู้ว่าการกระทำเช่นนี้แท้จริงแล้วเป็นอันตรายทั้งต่อจิตใจของลูก จิตใจสามี ตลอดจนถึงขนาดอาจทำให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวต้องขาดสะบั้นลงได้ในวันหนึ่งข้างหน้า  ดังนั้นในทางกลับกันเพื่อรักษาความสุขในครอบครัว ภรรยาจึงควรที่จะพิจารณาในส่วนดีของสามีให้มากและพยายามชมเชยในส่วนดีนั้นต่อหน้าลูกเสมอ เช่น เมื่อพ่อมีน้ำใจช่วยทำงานบ้าน แม่ควรที่จะขอบคุณและชมเชยพ่อให้ลูก ๆ ฟัง แม่ควรพูดคุยแบ่งปันให้ลูกได้รับรู้ถึงความดีของพ่อ เช่น ความรับผิดชอบของพ่อต่อค่าใช้จ่ายต่าง ๆ  ให้เห็นว่าพ่อทำงานหนัก แม่ต้องเชื่อมั่นในส่วนดีที่มีอยู่ในชีวิตของพ่อ  การที่มีหมั่นยกย่องสิ่งที่ดีในตัวของพ่อเป็นประจำนอกจากจะสร้างให้ลูกมีความมั่นใจและภาคภูมิใจในพ่อแล้ว ยังช่วยเป็นกำลังใจให้ผู้เป็นพ่อได้เห็นคุณค่าของตนและปรารถนาอยากทำในสิ่งที่ดีที่ถูกต้องต่อครอบครัวมากยิ่งขึ้นต่อไป 


Kriengsak Chareonwongsak:รักพ่อ3




sukk.araya is moved by the inspiration of
my teachers,
my friends and  



-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

แม่รักลูก...ต้องสนับสนุนให้ลูกรักพ่อ 3

 

นักวิชาการอาวุโส ศูนย์ศึกษาธุรกิจและรัฐบาล มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
kriengsak@kriengsak.com, http:// www.kriengsak.com

 



คำพูด น้ำเสียง สีหน้าท่าทางและการกระทำของแม่ที่มีต่อพ่อจึงเป็นสิ่งสำคัญและมีอิทธิพลอย่างมากต่อการสร้างภาพพจน์ของพ่อไว้ในใจของลูก แม่ที่ทำให้พ่อถอยห่างในความสัมพันธ์กับลูกในขณะที่ลูกต้องการเรียนรู้ เลียนแบบ และชื่นชมในตัวพ่อของเขา ทำให้ลูกไม่มีโอกาสใกล้ชิดกับพ่อหรือยกย่องพ่อของเขา ส่งผลให้เกิดปัญหากับตัวลูกเองตามมามากมาย อาทิ  หากแม่เป็นคนแข็งกร้าวหรือมักวางอำนาจกับพ่อต่อหน้าลูก ชอบตำหนิ เหยียดหยาม ดูถูกความล้มเหลวในชีวิตที่ผ่านมาของพ่อ ฯลฯ การแสดงออกเช่นนี้ย่อมเป็นการสร้างบาดแผลให้เกิดขึ้นในใจของลูกโดยไม่รู้ตัว ลูกย่อมมีทัศนคติมุมมองต่อพ่อในแง่ลบมองว่าพ่อไม่สามารถเป็นแบบอย่างให้ตนได้ ซึ่งจะส่งผลต่อพัฒนาการทางความคิด จิตใจ อารมณ์ และพฤติกรรมของเขาเมื่อเติบโตขึ้นมาในที่สุด โดย
...หากเป็นเด็กหญิงอาจนำไปสู่การเกลียดชังและไม่ยอมรับในเพศตรงข้าม เพราะมีมุมมองว่าผู้ชายทุกคนจะมีความอ่อนแอเหมือนพ่อของตนและอาจเป็นเหตุนำไปสู่พฤติกรรมเบี่ยงเบน ปฏิเสธผู้ชาย ยกย่องในความเป็นเพศแม่ในใจในเพศเดียวกัน
...หากเป็นเด็กชาย ทัศนคติมุมมองที่มีต่อพ่อในแง่ลบ มีความรู้สึกว่าพ่ออ่อนแอ เติบโตมาอย่างขาดแบบอย่างของผู้ชายที่เข้มแข็งสมกับการเป็นผู้นำ โดยเด็กชายบางคนมีแนวโน้มอาจเลียนแบบพฤติกรรมจากแม่และเกิดการเบี่ยงเบนทางเพศได้ในที่สุด าเสธผ้ติกรรมเบี่ยองลูก แม่ที่ทำน
ผู้ให้คำปรึกษาปัญหาครอบครัวคนหนึ่งได้ยกกรณีตัวอย่างถึงแม่คนหนึ่งที่พาลูกสาววัยรุ่นมาขอคำปรึกษา เนื่องจากลูกมีความเกลียดชังพ่อของตนเองมาก เมื่อสืบสาวไปถึงสาเหตุพบว่าเกิดจากการที่ผู้เป็นแม่นั้นมักระบายความโกรธแค้นชิงชังในตัวพ่อให้ลูกสาวฟังเสมอ และมักพูดถึงความไม่ดีของพ่อทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจให้ลูกได้ยินมาโดยตลอด ผลร้ายในที่สุดไม่ได้ตกอยู่ที่ตัวแม่หรือพ่อแต่ตกอยู่ที่ตัวลูกที่ได้สะสมความขมขื่นที่มีต่อพ่อไว้ในใจเรื่อยมาจนกระทั่งมีพฤติกรรมแปลก ๆ เกิดขึ้น เช่น มีอารมณ์แปรปรวนและเกลียดชังผู้ชาย เป็นต้น

Tuesday, April 19, 2011

Kriengsak Chareonwongsak:รักพ่อ2




sukk.araya is moved by the inspiration of
my teachers,
my friends and  



-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

แม่รักลูก...ต้องสนับสนุนให้ลูกรักพ่อ 2

 

นักวิชาการอาวุโส ศูนย์ศึกษาธุรกิจและรัฐบาล มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
kriengsak@kriengsak.com, http:// www.kriengsak.com

เหตุใดลูกต้องรักพ่อ!
พ่อมีหน้าที่สำคัญในการกำหนดว่าลูกจะเติบโตขึ้นมาด้วยความรู้สึกอย่างไร พ่อจะเป็นตัวอย่างให้ลูกเลียนแบบ เป็นแม่พิมพ์ชีวิตของลูกในอนาคต  โดยมีผลงานวิจัยมากมายได้ยืนยันว่าพ่อมีอิทธิพลในการกำหนดลักษณะทางกายภาพและภาวะอารมณ์ของลูกเมื่อเติบโตขึ้น ดร. อาร์มานด์ นิโคไล ชาวอเมริกัน ได้ทำการวิจัยพบว่า เด็กที่ขาดความอบอุ่นจากพ่อทั้งกายและใจจะขาดแรงจูงใจในการต่อสู้เพื่อความสำเร็จ เด็กจะไม่สามารถยับยั้งชั่งใจเพื่อผลดีในอนาคต มีแนวโน้มที่จะเห็นตัวเองไม่มีค่าและมักจะเป็นคนที่อารมณ์อ่อนไหว ถูกชักจูงได้ง่าย โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในวัยรุ่น 
เด็ก ๆ ไม่ได้ต้องการสนิทสนมกับแม่เพียงคนเดียวแต่เขาต้องการที่จะสนิทสนมกับพ่อด้วย เด็กต้องการความรัก ความอบอุ่น การดูแลเอาใจใส่จากพ่อ ต้องการให้พ่อเป็นเพื่อนเล่น เป็นที่ปรึกษา เป็นแบบอย่างในเรื่องต่าง ๆ เด็กจะภูมิใจและคิดว่าพ่อเป็นพระเอกในใจเขาเสมอ เช่น เป็นสุภาพบุรุษ กล้าหาญ มีเหตุผล  และมีความรับผิดชอบ หากเด็กผิดหวังกับบทบาทความเป็นพ่อในอนาคตเขาอาจเติบโตมากลายเป็นเด็กที่มีปัญหาได้
 

Kriengsak Chareonwongsak:รักพ่อ1




sukk.araya is moved by the inspiration of
my teachers,
my friends and  



-----------------------------------------------------------------------------------------------------------
 

แม่รักลูก...ต้องสนับสนุนให้ลูกรักพ่อ 1

 

นักวิชาการอาวุโส ศูนย์ศึกษาธุรกิจและรัฐบาล มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
kriengsak@kriengsak.com, http:// www.kriengsak.com

แม่ทุกคนที่รักลูกควรตระหนักถึงอิทธิพลของพ่อที่จะมีผลต่อชีวิตลูกทั้งทางตรงและทางอ้อม เพราะเด็กต้องการพ่อมากพอ ๆ กับที่พวกเขาต้องการแม่ ลูกต้องการพ่อที่เป็นแบบอย่างแห่งความเป็นสุภาพบุรุษ ความกล้าหาญ ความมีเหตุผล การมีความรับผิดชอบ เด็กที่มีภาพแง่บวกของพ่อประทับอยู่ในใจและเห็นว่าพ่อเป็นแบบอย่างที่ดีนั้นย่อมเติบโตมาอย่างมีความเชื่อมั่นในตนเอง มีความมั่นคงทางอารมณ์และจิตใจ มีพัฒนาการที่เหมาะสม แม่ที่รักลูกจึงควรเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ลูกได้เห็นส่วนที่ดีในตัวพ่อของเขา 
การที่ลูกจะคิดอย่างไรเกี่ยวกับพ่อนั้น ส่วนหนึ่งย่อมเป็นผลมาจากการแสดงออกของแม่ที่มีต่อพอทั้งโดยรู้ตัวและไม่รู้ตัว แม่เป็นผู้ที่มีอิทธิพลสูงมากในการกำหนดทัศนคติมุมมองที่ลูกมีต่อพ่อของตน เด็กจะสั่งสมภาพพ่อของตนไว้ในความคิดว่า พ่อเป็นคนดี พ่อเป็นคนที่น่านับถือ พ่อเป็นคนกล้าหาญ พ่อเป็นพระเอก พ่อใจดี หรือพ่อโหดร้าย พ่อไม่ดี พ่ออ่อนแอ พ่อน่ารังเกียจ พ่อเป็นตัวตลก พ่อโง่ พ่อขี้ขลาด และพ่อในลักษณะอื่น ๆ อีกนับร้อยนับพันแบบในสายตาของลูก ตามที่ได้ยินแม่ของเขาสรรค์สร้างคำเหล่านั้นออกมาจากปากตามแต่อารมณ์และความรู้สึกที่แม่มีต่อพ่อ ซึ่งลูก ๆ จะเก็บคำพูดเหล่านั้นไว้ในใจ โดยทัศนคติมุมมองหรือความคิดของลูกที่มีต่อพ่อนั้นจะเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมของเขาเมื่อเติบโตขึ้น