Showing posts with label รับมือ. Show all posts
Showing posts with label รับมือ. Show all posts

Sunday, April 10, 2011

Kriengsak Chareonwongsak : รับมือ ลูกเรียนไม่ทั้นเพื่อน 2




sukk.araya is moved by the inspiration of
my teachers,
my friends and  



 
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------
รับมือ ลูกเรียนไม่ทันเพื่อน 2

นักวิชาการอาวุโส ศูนย์ศึกษาธุรกิจและรัฐบาล มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

ปัญหาที่มาจากตัวลูกเอง  พ่อแม่ควรสังเกตลูกของตนว่ามีปัญหาความผิดปกติในเรื่องภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้หรือไม่ มีภาวะสมาธิสั้นหรือไม่ ลูกมีปัญหาสายตาผิดปกติ อาทิ สายตาสั้น สายตาเอียง ทำให้มองกระดานไม่เห็นหรือไม่  รวมทั้งสังเกตพฤติกรรมต่าง ๆ ของลูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของความมีระเบียบวินัย ในการอ่านหนังสือ ทบทวนบทเรียน ทำการบ้าน ลูกเป็นคนที่ขยันหมั่นเพียร หรือเป็นเด็กขี้เกียจ  ลูกชอบนอนดึกหรือไม่จึงนอนไม่เพียงพอทำให้เรียนหนังสือไม่รู้เรื่อง โรงเรียนไกลบ้านทำให้ลูกต้องเหน็ดเหนื่อยไปกับการเดินทางจนไม่มีเวลาทบทวนบทเรียน  เป็นต้น เพื่อหาทางแก้ปัญหาได้อย่าตรงจุดอย่างแท้จริงต่อไป เช่น ปรึกษาแพทย์กรณีพบภาวะผิดปกติในการเรียนรู้ ปรึกษากับคุณครูที่โรงเรียน รวมทั้งช่วยลูกฝึกฝนเรื่องระเบียบวินัย การจัดตารางเวลา การสร้างลักษณะนิสัยที่เอื้อต่อความสำเร็จในการเรียน  ฯลฯ   
นอกจากนี้ จากระบบการเรียนการสอนสมัยใหม่โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระแสโรงเรียนนานาชาติ หรือ โรงเรียนสองภาษา (Bilingual) ที่กำลังมาแรง ส่งผลให้พ่อแม่ที่ขาดความรู้ความเชี่ยวชาญในภาษาที่สอง ไม่สามารถแนะนำช่วยเหลือลูกในยามที่มีปัญหาเรื่องการเรียนได้มากนัก  ดังนั้น ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกให้ลูกเข้าสู่ระบบการศึกษาใด ๆ พ่อแม่จำเป็นต้องทำความเข้าใจถึงปรัชญาการสอนของระบบการศึกษาในแต่ละรูปแบบ พร้อมประเมินดูความพร้อมของตนว่าสามารถสนับสนุนลูกในระบบการศึกษาดังกล่าวได้หรือไม่    

Kriengsak Chareonwognsak : รับมือ ลูกเรียนไม่ทันเพื่อน 1




sukk.araya is moved by the inspiration of
my teachers,
my friends and  



 
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

รับมือ ลูกเรียนไม่ทันเพื่อน” 1 


นักวิชาการอาวุโส ศูนย์ศึกษาธุรกิจและรัฐบาล มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

ลูกเรียนช้า เรียนไม่ทันเพื่อน นับเป็นอีกหนึ่งปัญหาสำคัญของหัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่  ด้วยความเชื่อที่ว่า การศึกษา เป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับฐานะทางสังคมและเป็นประตูเปิดสู่ความสำเร็จของชีวิต ดังนั้น เมื่อลูกมีปัญหาในเรื่องนี้พ่อแม่จึงรู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจมากเป็นพิเศษ
ไม่เพียงแต่ความวิตกกังวลของพ่อแม่เท่านั้น ตัวลูกเองในยามที่มีปัญหาเรื่องการเรียน ทั้งจากการเรียนไม่ทันเพื่อน ไม่เข้าใจบทเรียนที่ครูสอน  ลูกย่อมเกิดความรู้สึกตึงเครียดไม่น้อยไปกว่าพ่อแม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพ่อแม่ขาดความเข้าใจในปัญหาหรือช่วยลูกแก้ปัญหาอย่างไม่ตรงจุดแล้ว ความเครียดที่เกิดขึ้นย่อมเพิ่มเป็นหลายเท่าทวีคูณ  อาจส่งผลให้ลูกรู้สึกเบื่อหน่ายการเรียน ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง ยิ่งหากพ่อแม่นำตนไปเปรียบเทียบกับเด็กอื่นที่เรียนเก่งกว่า ลูกย่อมมองตนเองอย่างด้อยค่าและอาจหาทางออกไปในทางที่ผิด
จากงานวิจัยพบว่า เด็กที่เที่ยวเตร่ หนีเรียน หรือประชดชีวิตด้วยการเสพยา มั่วสุมทางเพศ เด็กในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นเด็กที่มีปัญหาเรื่องการเรียนและขาดการเห็นคุณค่าในตนเอง  ถูกพ่อแม่ต่อว่าเรื่องการเรียน ครูดูถูก เพื่อนตั้งข้อรังเกียจไม่ให้เข้ากลุ่ม
ความสามารถในการเรียนของลูกนั้น นับเป็นตัวชี้วัดอย่างหนึ่งที่เปิดเผยให้พ่อแม่ได้เห็นถึง    ศักยภาพความสามารถ  รวมทั้ง ปัญหา ที่ซุกซ่อนอยู่ในตัวลูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบโดยตรงในเรื่องของการนับถือตนเอง (self esteem)  อันเป็นความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ทุกคนที่ต้องการรู้สึกว่าตนนั้นมีคุณค่า มีความหมาย และมีสิ่งดี ที่สามารถปรากฏออกสู่สายตาคนทั่วไปให้เป็นที่ยอมรับได้  เป็นพลังความเชื่อมั่นในชีวิตที่คอยผลักดันให้เราก้าวไปข้างหน้า และสามารถประสบความสำเร็จในการทำสิ่งต่าง ๆ 
ดังนั้น หากลูกพบว่าผลการเรียนของตนย่ำแย่  ผนวกกับได้รับการตอกย้ำจากพ่อแม่ เพื่อนฝูง ครูอาจารย์ อาจแสดงออกมาโดยไม่รู้ตัว ฯลฯ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ย่อมเป็นตัวบั่นทอนการนับถือตนเองของลูกให้ลดน้อยลงไปเรื่อย ๆ โดยตอกย้ำลงไปในจิตใต้สำนึกว่าตนนั้นเป็นคนโง่ ไม่ได้เรื่อง ไม่สามารถทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดสำเร็จได้ ชั่วชีวิตนี้คงไม่สามารถประสบความสำเร็จได้เป็นแน่  ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายหากลูกมีมุมมองต่อตนเองเช่นนี้
ปัญหาเรื่องการเรียนของลูกจึงนับเป็นปัญหาสำคัญเร่งด่วนที่พ่อแม่ควรเร่งรีบหาทางช่วยเหลือลูกอย่างสุดกำลัง โดยไม่ควรเพิกเฉยคิดว่าเรียนไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็ตามทันเพื่อนเอง หรือใช้วิธีการง่าย ๆ ในการแก้ปัญหาด้วยการส่งลูกไปเรียนพิเศษหรือกวดวิชาเท่านั้น แต่พ่อแม่จึงจำเป็นต้องพิจารณาถึงสาเหตุที่แท้จริงของปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อสามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นได้อย่างตรงจุดตรงประเด็น ไม่ว่าจะเป็น