Showing posts with label โรงเรียน. Show all posts
Showing posts with label โรงเรียน. Show all posts

Monday, April 18, 2011

Kriengsak Chareonwongsak : Home School 9




sukk.araya is moved by the inspiration of
my teachers,
my friends and  



-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

ทำ

โฮมสคูล 9

ควบคู่ระบบโรงเรียน 9  


นักวิชาการอาวุโส ศูนย์ศึกษาธุรกิจและรัฐบาล มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
kriengsak@kriengsak.com, http:// www.kriengsak.com

สร้างเครือข่ายผู้ปกครองช่วยเหลือเกื้อกูล  พ่อแม่และละครอบครัวย่อมมีความถนัด ความรู้ความเชี่ยวชาญที่แตกต่างไปคนละอย่าง การที่พ่อแม่หันมาร่วมมือกันสร้างเครือข่ายผู้ปกครองจึงเป็นขุมพลังสำคัญในการช่วยเหลือเกื้อกูลระหว่างกันในการจัดโฮมสคูลให้ลูกรักของเรา  อาทิ  รวบรวมกลุ่มผู้ปกครองให้คุณพ่อคุณแม่ที่เก่งเรื่องการคำนวณ เก่งเรื่องภาษา ดนตรี ศิลปะ ฯลฯ มาสอนเด็ก    หรือสอนพ่อแม่ท่านอื่น ๆ เพื่อนำไปสอนลูกอีกทอดหนึ่ง  มีการรวมกลุ่มกันไปทัศนศึกษาเรียนรู้นอกสถานที่ร่วมกัน  แบ่งปันสื่อการเรียนการสอน ซีดี หนังสือ ระหว่างกันในกลุ่มเพื่อนำมาสอนลูกของตน ช่วยกันสอดส่องดูแลพฤติกรรมเด็ก ๆ ในกลุ่ม 
รากฐานของการจัดการศึกษาระบบโฮมสคูลแท้จริงแล้วมาจากความตระหนักในใจลึก ๆ ของพ่อแม่ทุกคนในบทบาทของการอบรมสั่งสอน ประสิทธิประศาสตร์วิชาความรู้ให้กับลูกของตน ฟูมฟักให้ลูกเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์พร้อมและสามารถประสบความสำเร็จในชีวิตข้างหน้า  ดังนั้น แม้ในสภาพความจำกัดโดยเงื่อนไขนานาประการทั้งคุณภาพของระบบการเรียนการสอนของโรงเรียนในปัจจุบัน หรือการที่พ่อแม่ไม่สามารถเป็นผู้ที่จัดการเรียนการสอนให้กับลูกเองได้ทั้งหมดนั้น การทำโฮมสคูลควบคู่ไปกับระบบการศึกษาในโรงเรียนจึงนับเป็นแนวทางสำคัญที่พ่อแม่สามารถมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกได้เช่นกัน


Kriengsak Chareonwongsak : Home School 8




sukk.araya is moved by the inspiration of
my teachers,
my friends and  



-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

ทำ

โฮมสคูล 8

ควบคู่ระบบโรงเรียน 8  


นักวิชาการอาวุโส ศูนย์ศึกษาธุรกิจและรัฐบาล มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
kriengsak@kriengsak.com, http:// www.kriengsak.com


โดยสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือพ่อแม่ต้องมีการบันทึกแผนการเรียนการสอนของตนอย่างเป็นระบบ รวมทั้งการประเมินผล  การรวบรวมสะสมผลงานของลูก อาทิ ผลงานงานศิลปะ    ภาพถ่ายพัฒนาการของลูก  ฯลฯ  บันทึกไว้อย่างเป็นระบบเช่นเดียวกับแฟ้มบันทึกผลงาน หรือ Portfolio ของครูที่โรงเรียน   เพื่อการประเมินผลที่ถูกต้องและรวบรวมเป็นข้อมูลในการวางแผนการเรียนการสอนในระดับต่อไป
ประสานความร่วมมือกับโรงเรียน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งครูผู้สอน เพื่อร่วมมือกันในการเสริมสร้างพัฒนาการและดึงเอาศักยภาพลูกของตนออกมาให้มากที่สุด รวมทั้งการปรับปรุงลักษณะนิสัยการแก้ไขพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของลูกให้หมดไป โดยพ่อแม่ต้องขยันในการไปพบปะพูดคุยกับครูของลูกให้บ่อยครั้งแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันว่าลูกอยู่ที่บ้านเป็นอย่างไร อยู่ที่โรงเรียนเป็นอย่างไร ลูกถนัดวิชาอะไร อ่อนในวิชาใด เป็นต้น

Kriengsak Charoenwongsak : Home School 7




sukk.araya is moved by the inspiration of
my teachers,
my friends and  



-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

ทำ

โฮมสคูล 7

ควบคู่ระบบโรงเรียน 7  


นักวิชาการอาวุโส ศูนย์ศึกษาธุรกิจและรัฐบาล มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
kriengsak@kriengsak.com, http:// www.kriengsak.com

...การประเมินผลการเรียนการสอน  ในการทำโฮมสคูลพ่อแม่ต้องมีการตั้งเป้าหมายเสมอว่าต้องการเห็นพัฒนาการอะไรเกิดขึ้นกับลูกของตนตามเกณฑ์พัฒนาการตามแต่ละช่วงวัย  โดยพ่อแม่ควรมีการสร้าง ตัวชี้วัด ที่ชัดเจน มีการประเมินผลอย่างสม่ำเสมอรายสัปดาห์ รายเดือน ไม่ใช่ทำไปเรื่อย ๆ โดยปราศจากเป้าหมายหรือไม่มีการวัดผลแต่อย่างใด ตัวอย่างเช่น 


เป้าหมาย
ตัวชี้วัด
1.  พัฒนาด้านการช่วยเหลือตนเอง
-   ถอดถุงเท้า ถอดเสื้อผ้า เองได้
-   ทานอาหารเองได้  ฯลฯ
2.  พัฒนาการด้านภาษา
-   สามารถนับ A – Z  /  ฮ ได้อย่างคล่องแคล่ว
-   สามารถสนทนาเป็นภาษาอังกฤษง่าย ๆ  ได้ 10 ประโยค 
- สามารถเรียกชื่อสัตว์ต่างๆ ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ได้อย่างถูกต้องฯลฯ  
3 . พัฒนาการด้านการคำนวณ
-  สามารถนับเลข 1- 100 ได้
-  สามารถบวกลบเลขสองหลักได้  ฯลฯ
4. พัฒนาการด้านลักษณะนิสัย
-  ไม่พูดคำหยาบคาย 
-  ไม่พูดโกหก
-  เก็บเงินหรือสิ่งของได้แล้วนำไปคืนครูประกาศหาเจ้าของ  ฯลฯ  
 

Kriengsak Chareonwongsak : Home School 6




sukk.araya is moved by the inspiration of
my teachers,
my friends and  



-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

ทำ

โฮมสคูล 6

ควบคู่ระบบโรงเรียน  6


นักวิชาการอาวุโส ศูนย์ศึกษาธุรกิจและรัฐบาล มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
kriengsak@kriengsak.com, http:// www.kriengsak.com

วางแผนทำโฮมสคูลควบคู่ระบบโรงเรียน  หัวใจสำคัญของการศึกษาแบบโฮมสคูลคือความตั้งใจจริงและความมีวินัยของพ่อแม่ในการจัดการศึกษาให้กับลูก มีการวางแผนอย่างเป็นระบบและสามารถปรับได้อย่างยืดหยุ่นให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยเริ่มจาก
...จัดหลักสูตรการสอน   โดยพิจารณาจากจุดอ่อนของโรงเรียน สิ่งที่ระบบโรงเรียนไม่สามารถให้กับลูกได้ ควบคู่ไปกับการสังเกตพัฒนาการพฤติกรรมและลักษณะนิสัยของลูกว่ามีสิ่งใดที่ควรแก้ไข สิ่งใดที่ควรส่งเสริมเพิ่มมากขึ้นและจัดเรียงลำดับความสำคัญ  อาทิ ทำโฮมสคูลเสริมวิชาคณิตศาสตร์มากเป็นพิเศษหากพบว่าลูกเรียนอ่อนในวิชานี้มากและครูที่โรงเรียนสอนเร็วมากลูกเรียนตามไม่ทัน  หาหนังสือหรือสื่อการเรียนอื่น ๆ เสริมให้ลูกเพิ่มเติมจากที่โรงเรียน
...จัดตารางเวลา  กำหนดเวลาที่แน่นอนเป็นตารางประจำวันหลังเลิกเรียน ตารางประจำสัปดาห์  โดยใช้หลักความสมดุลไม่ตึงหรือหย่อนจนเกินไป เช่น หากระบบโรงเรียนเน้นวิชาการมาก ตารางเวลาเมื่อกลับบ้านควรให้เป็นเกมการละเล่นที่ผ่อนคลาย การฝึกฝนดนตรี ศิลปะ การไปทัศนศึกษาในวันหยุดสุดสัปดาห์ เป็นต้น 


Kriengsak Chareonwongsak : Home School 5




sukk.araya is moved by the inspiration of
my teachers,
my friends and  



-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

ทำ

โฮมสคูล 5

ควบคู่ระบบโรงเรียน 5 


นักวิชาการอาวุโส ศูนย์ศึกษาธุรกิจและรัฐบาล มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
kriengsak@kriengsak.com, http:// www.kriengsak.com

ทำความเข้าใจกับระบบการเรียนการสอนในโรงเรียนของลูก  พ่อแม่ควรรู้ว่าโรงเรียนมีการเรียนการสอนในกลุ่มสาระวิชาครอบคลุมเรื่องอะไรบ้าง มีระบบการเรียนการสอนเป็นอย่างไร ใช้เวลาในการสอนแต่ละวิชามากหรือน้อยเกินไปหรือไม่ โรงเรียนมุ่งเน้นการพัฒนาเรื่องใดเป็นพิเศษเช่นเน้นวิชาการหรือแนวการเตรียมความพร้อม มีเกณฑ์ในการประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียนอย่างไร  พร้อมประเมินจุดอ่อน จุดแข็ง ของระบบการเรียนการสอนของโรงเรียนเพื่อทำโฮมสคูลในการอุดจุดอ่อนจากระบบของโรงเรียน  อาทิ  หากเป็นโรงเรียนแนวเตรียมความพร้อมลูกเรียนอย่างมีความสุขได้เล่นสนุกสนานทั้งวันแต่อาจอ่อนในด้านวิชาการ พ่อแม่อาจต้องทำโฮมสคูลเสริมในด้านวิชาการกับลูกเช่นเสริมทักษะด้านการคำนวณ การฝึกฝนทักษะการอ่าน  เป็นต้น

Kriengsak Chareonwongsak : Home School 4




sukk.araya is moved by the inspiration of
my teachers,
my friends and  



-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

ทำ

โฮมสคูล 4

ควบคู่ระบบโรงเรียน 4 


นักวิชาการอาวุโส ศูนย์ศึกษาธุรกิจและรัฐบาล มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
kriengsak@kriengsak.com, http:// www.kriengsak.com

การทำโฮมสคูลควบคู่ไปกับระบบการเรียนในโรงเรียนปกตินั้นเริ่มจากความตระหนักของพ่อแม่ในบทบาทของการเป็นครูคนแรกของลูก อย่างไม่ปัดความรับผิดชอบนี้ไปที่โรงเรียนหรือครูผู้สอนแต่เพียงฝ่ายเดียวแต่พร้อมที่จะมีส่วนเกี่ยวข้องในการพัฒนาการเรียนการสอนของลูกในทุก ๆ ด้านนอกเหนือไปจากระบบการเรียนปกติในโรงเรียน  โดยเริ่มจาก
เลือกโรงเรียนที่มีแนวทางการเรียนการสอนที่ตรงความต้องการมากที่สุด  ในปัจจุบันพ่อแม่มีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้นในการเลือกโรงเรียนที่มีแนวทางการเรียนการสอนที่ตรงใจตนมากที่สุด โดยพบว่ามีโรงเรียนมากมายที่หันมาใช้นวัตกรรมการสอนแบบใหม่มากยิ่งขึ้น อาทิ การจัดการศึกษาแบบ      วอลดอร์ฟ มอนเตสเซอรี่ เรกจิโอ เอมิเลีย ฯลฯ ซึ่งมุ่งเน้นให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางมากยิ่งขึ้น  นอกเหนือไปจากหลักสูตรของกระทรวงศึกษาเดิม
พ่อแม่ควรศึกษาทำความเข้าใจกับนวัตกรรมการสอนแบบต่าง ๆ พร้อมทั้งเลือกโรงเรียนที่ใช้แนวทางการเรียนการสอนที่ตรงใจตรงความต้องการและเข้ากันได้ดีกับลูกของตนมากที่สุด 


Kriengsak Chareonwongsak : Home School 3




sukk.araya is moved by the inspiration of
my teachers,
my friends and  



-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

ทำ

โฮมสคูล 3

ควบคู่ระบบโรงเรียน  3


นักวิชาการอาวุโส ศูนย์ศึกษาธุรกิจและรัฐบาล มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
kriengsak@kriengsak.com, http:// www.kriengsak.com

การเลือกว่าจะนำลูกเข้าสู่ระบบการศึกษาแบบใดนั้น พ่อแม่จึงจำเป็นต้องพิจารณาอยู่บนฐานของการตัดสินใจอย่างรอบคอบโดยไม่นำลูกมาเป็นหนูทดลองอย่างปราศจากความเข้าใจ โดยเริ่มจากการตั้งคำถามกับตนเองก่อนว่าเพราะเหตุใดเราจึงปรารถนาให้ลูกเข้าสู่ระบบโฮมสคูล ทำไปตามกระแสนิยม ทำเพื่อตนเองเนื่องจากต้องการให้ลูกอยู่ใกล้ชิดตนตลอดเวลา อยากให้ลูกเติบโตมาเป็นแบบที่ตนใฝ่ฝัน หรือตั้งใจทำเพื่อประโยชน์ของลูกอย่างแท้จริง ไม่ใช่ตามแบบที่พ่อแม่อยากให้เป็น  
โดยหากพิจารณาแล้วพบว่า มีความจำเป็นที่ต้องนำลูกเข้าสู่ระบบโฮมสคูล รวมทั้งประเมินแล้วว่าตนเองมีความพร้อมในการจัดการศึกษาระบบนี้ให้กับลูกได้ ย่อมเป็นการดีที่พ่อแม่จะเร่งเดินหน้าวางแผนการศึกษาในระบบนี้ให้กับลูกของตน อย่างไรก็ตาม หากพ่อแม่ยังไม่มั่นใจว่าจะสามารถจัดโฮมสคูลให้กับลูกได้อย่างดีที่สุดไปตลอดรอดฝั่งแล้ว การส่งลูกเข้าระบบการศึกษาในโรงเรียนแบบเดิมนับเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แม้จะไม่สามารถทำโฮมสคูลอย่างเต็มรูปแบบได้ แต่พ่อแม่สามารถปรับใช้แนวทางของโฮมสคูล บางส่วนควบคู่ไปกับระบบการเรียนการสอนปกติในโรงเรียนได้ ซึ่งนับเป็นการอุดรูรั่วจุดอ่อนจุดแข็งระหว่างระบบทั้งสองได้เป็นอย่างดี

Kriengsak Chareonwongsak : Home School 2




sukk.araya is moved by the inspiration of
my teachers,
my friends and  



-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

ทำ

โฮมสคูล 2

ควบคู่ระบบโรงเรียน  2


นักวิชาการอาวุโส ศูนย์ศึกษาธุรกิจและรัฐบาล มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
kriengsak@kriengsak.com, http:// www.kriengsak.com

อย่างไรก็ตาม แม้ระบบโฮมสคูลจะแพร่หลายเข้ามาในประเทศไทยมายาวนานกว่า 20 ปี แต่ระบบดังกล่าวยังนับเป็นเรื่องแปลกใหม่ของคนในสังคมไทย ทั้งบุคคลากรเจ้าหน้าที่ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ที่เคยชินอยู่กับระบบการศึกษาในโรงเรียนแบบเดิมที่มีมายาวนานกว่าร้อยปี  แม้จะมีการประกาศใช้กฎกระทรวงว่าด้วยสิทธิในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัว พ.ศ. 2547 แล้วก็ตาม 
ดังนั้น จึงอาจไม่ได้เป็นเรื่องง่ายของพ่อแม่ในการนำลูกของตนเข้าสู่ระบบการศึกษาแบบโฮมสคูล อย่างเต็มตัว เนื่องจากเงื่อนไขและอุปสรรค์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกฎเกณฑ์ในการขออนุญาตจากภาครัฐ...เงื่อนไขในการขอรับการสนับสนุนในด้านคำปรึกษา งบประมาณ อุปกรณ์การเรียนการสอน เครือข่ายผู้ปกครองโฮมสคูลเพื่อคอยดูแลช่วยเหลือซึ่งกันซึ่งยังไม่แพร่หลายไปสู่ท้องถิ่นต่าง ๆ มากนัก รวมทั้งเงื่อนไขสำคัญที่สุดนั่นคือ ความพร้อมของพ่อแม่ ที่ต้องการจัดการศึกษานั่นเองทั้งในด้านความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในระบบโฮมสคูล ความพร้อมในด้านเศรษฐกิจการเงิน  ความรู้ความสามารถในการสอนลูกตามสาระวิชาต่าง ๆ เพื่อศึกษาต่อในระดับสูงขึ้นยามต้องกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาแบบเดิม เป็นต้น

Kriengsak Chareonwongsak : Home School 1




sukk.araya is moved by the inspiration of
my teachers,
my friends and  



-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

ทำ

โฮมสคูล 1

ควบคู่ระบบโรงเรียน 1  


นักวิชาการอาวุโส ศูนย์ศึกษาธุรกิจและรัฐบาล มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
kriengsak@kriengsak.com, http:// www.kriengsak.com

การจัดการศึกษาโดยครอบครัวหรือโฮมสคูล (Home School) นับเป็นทางเลือกหนึ่งที่กฎหมายเปิดโอกาสให้พ่อแม่มีส่วนจัดการศึกษาให้ลูก ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจของพ่อแม่ผู้ปกครองชาวไทยจำนวนมากด้วยเหตุผลหลายประการไม่ว่าจะเป็น ขาดความศรัทธากับระบบการศึกษาไทยในปัจจุบัน...ไม่มั่นใจในคุณภาพของโรงเรียนและครูผู้สอน...ลูกเป็นเด็กพิเศษระบบการศึกษาปกติไม่สามารถตอบสนองต่อการส่งเสริมพัฒนาการเรียนรู้ของลูกได้...พ่อแม่สามารถใช้เวลาอยู่กับลูกได้อย่างเต็มที่เพิ่มพูนความอบอุ่นในครอบครัวให้แน่นแฟ้นขึ้น...ห่วงใยในสวัสดิภาพความปลอดภัยของลูกโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องสุขภาพ การติดเชื้อโรคจากเพื่อน (หากเป็นเด็กเล็ก) การถูกทำร้ายร่างกาย การถูกล่อลวงในเรื่องเพศ ยาเสพติดจากกลุ่มเพื่อนที่นับวันยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นในสังคมไทย รวมทั้งจากผลการวิจัยจำนวนมากที่พบว่าเด็กโฮมสคูลมีพัฒนาการและความสามารถทั้งในด้านวิชาการ บุคลิกภาพ และพัฒนาการทางอารมณ์ดีกว่าเด็กที่เรียนในโรงเรียน รวมทั้งเด็กไม่มีปัญหาในด้านทักษะสังคมอย่างที่เป็นกังวล

Wednesday, April 13, 2011

Kriengsak Chareonwongsak : ลูกถูกเพื่อนแกล้ง 5




sukk.araya is moved by the inspiration of
my teachers,
my friends and  


------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
รับมือ ลูกถูกเพื่อนแกล้ง ที่โรงเรียน 5

นักวิชาการอาวุโส ศูนย์ศึกษาธุรกิจและรัฐบาล มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด


ร่วมด้วยช่วยกันกับโรงเรียน 
 ในเมื่อลูกใช้เวลาอยู่ที่โรงเรียนมากกว่าอยู่ที่บ้าน คุณครูจึงเป็นผู้ที่ต้องมีส่วนในการรับผิดชอบเรื่องนี้ด้วยเต็ม ๆ อย่างไม่สามารถปฏิเสธหรือบ่ายเบี่ยงได้  อย่างไรก็ตามจากผลสำรวจพบว่าครูส่วนใหญ่เคยเห็นพฤติกรรมรังแกเพื่อน แต่เมื่อถามว่าได้พยายามห้ามหรือหยุดการกระทำเช่นนั้นหรือไม่คุณครูที่ถูกสัมภาษณ์กว่าครึ่งตอบว่าช่วยเหลือ ค่อนข้างน้อย หรือ แทบจะไม่เคยทำอะไร เพื่อหยุดการรังแก 
Kriengsak Chareonwongsak : ลูกถูกเพื่อนแกล้ง 5
ดังนั้นพ่อแม่จึงควรรวมตัวเป็นเครือข่ายผู้ปกครองในการผลักดันโรงเรียนให้เห็นความสำคัญในปัญหาดังกล่าวพร้อมมีนโยบายและมาตรการที่ชัดเจนในการลดปัญหาการใช้ความรุนแรงของเด็กนักเรียน การแกล้งกันหรือรังแกกัน ซึ่งส่งผลรุนแรงในระยะยาวกลายเป็นปัญหาสังคมได้ในที่สุด   
เมื่อถึงเวลาที่ลูกของเราต้องออกจากอ้อมอกของพ่อแม่ไปเผชิญโลกอันกว้างใหญ่ใบนี้ด้วยตนเอง  พ่อแม่ทุกคนย่อมรู้สึกห่วงใยไม่อยากให้ลูกต้องได้รับความทุกข์ยากหรือความเจ็บปวดในชีวิต  การยื่นมือเข้าปกป้องช่วยเหลือในยามที่ลูกยากลำบาก ถูกกลั่นแกล้ง ถูกรังแก เป็นสิ่งที่พ่อแม่พร้อมยืนเคียงข้างลูก อย่างไรก็ตามพ่อแม่ควรตระหนักอยู่เสมอว่าสองมือที่เราคิดไปเองว่าเป็นมือแห่งการปกป้องช่วยเหลือนั้นแท้จริงแล้วอาจเป็นมือที่ไปทำร้ายและทำลายทั้งชีวิตลูกของเราก็เป็นได้ 

Kriengsak chareonwongsak : ลูกถูกเพื่อนแกล้ง 3




sukk.araya is moved by the inspiration of
my teachers,
my friends and  



-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

รับมือ ลูกถูกเพื่อนแกล้ง ที่โรงเรียน 3


นักวิชาการอาวุโส ศูนย์ศึกษาธุรกิจและรัฐบาล มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

สอบถามลูกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 
ว่าเหตุการณ์เป็นไปอย่างไร ลูกกำลังทำอะไรอยู่  ใครเป็นคนเริ่มต้นก่อน แล้วลูกตอบโต้อย่างไร  เพื่อนที่มารังแกพูดจาหรือตอบโต้กลับอย่างไร ฯลฯ  เพราะบางครั้งสิ่งที่ลูกมาฟ้องว่าถูกเพื่อนแกล้งนั้นอาจไม่ได้เป็นความจริงทั้งหมดก็ได้ ลูกอาจเป็นคนเริ่มก่อน รังแกเพื่อนก่อนก็ได้  พ่อแม่จึงควรฟังหูไว้หู สอบถามเหตุการณ์อย่างรอบคอบเสียก่อนแล้วจึงค่อยชี้แนะลูกถึงวิธีการรับมือ  โดยอาจไปสอบถามคุณครูหรือเพื่อน ๆ ของลูกที่เห็นเหตุการณ์ว่าเป็นอย่างไรเพื่อสามารถช่วยเหลือแนะนำลูกได้อย่างตรงจุดจริง ๆ  
อย่างไรก็ตามพ่อแม่ต้องคอยสังเกตถึงความผิดปกติของลูกด้วย เช่น มีรอยฟกช้ำ เลือดออก ตามร่างกายหรือไม่  ของหายเป็นประจำหรือไม่  ลูกผอมลงและบ่นหิวเสมอ ทั้ง ๆ ที่ได้เงินค่าขนมไปโรงเรียนอย่างเพียงพอ ฯลฯ  เพราะในบางกรณีเด็กบางคนเมื่อถูกเพื่อนแกล้งไม่กล้าบอกพ่อแม่เพราะอาจถูกเพื่อนขู่หรือกลัวว่าพ่อแม่จะหาว่าตนอ่อนแอยอมให้เพื่อนแกล้งแล้วมาทำโทษตนต่ออีกซ้ำสอง  
สอนลูกถึงวิธีการตอบสนองที่ถูกต้อง   
ลูกมักเลียนแบบอย่างการตอบสนองของพ่อแม่ พ่อแม่ทำอย่างไรชี้แนะลูกอย่างไรลูกมักเชื่อฟังและยึดเอาคำสอนของพ่อแม่เป็นหลักในการตอบสนองต่อปัญหาต่าง ๆ  พ่อแม่จึงควรตระหนักว่าสิ่งที่ท่านสอนนั้นมีผลต่อชีวิตของลูกในระยะยาวแน่นอน  ดังนั้นก่อนจะแนะนำสั่งสอนจึงควรตั้งสติ คิดไตร่ตรองให้ดีด้วยความระมัดระวัง  
ในขั้นแรกพ่อแม่ควรสอนให้ลูกคิดแก้ปัญหาด้วยตัวเองก่อน  ไม่ควรช่วยเหลือหรือเสนอแนวทางทันทีแต่ฝึกให้ลูกรู้จักคิดเพื่อรับมือกับปัญหาอื่น ๆ ในทำนองเดียวกัน เพราะเราไม่ได้อยู่กับลูกและคอยช่วยเหลือลูกได้ตลอดเวลา หลังจากฟังแนวทางการแก้ปัญหาของลูกแล้วจึงค่อยชี้แจงถึงผลดีผลเสียของการตอบสนองแบบต่าง ๆ พร้อมเสนอแนะว่าการตอบสนองที่ชาญฉลาดโดยไม่ต้องใช้ความรุนแรงนั้นเป็นอย่างไรพร้อมยกตัวอย่างในภาคปฏิบัติจริงให้ลูกได้นำไปใช้  เช่น  เดินหนี  ไม่สนใจ บอกตรง ๆ ว่าไม่ชอบ  หากทำอีกจะฟ้องครู  ฯลฯ  โดยติดตามผลลูกเป็นระยะว่าลูกสามารถจัดการปัญหาได้อย่างประสบผลสำเร็จหรือไม่ หากเพื่อนที่ชอบแกล้งยังคงตามรังควานไม่เลิกรา หรือครูที่โรงเรียนไม่ได้ให้ความช่วยเหลือ พ่อแม่อาจต้องไปพบคุณครูของลูกที่โรงเรียนเพื่อช่วยกันแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น  ไปทำความรู้จักกับเพื่อนของลูกคนนั้นพูดคุยสังเกตพฤติกรรม พร้อมร่วมมือกับครูในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น
ในกรณีที่พ่อแม่พบว่าลูกถูกแย่งของเล่นต่อหน้าต่อตา  พ่อแม่สามารถเข้าไปสอนในเรื่องสิทธิและการแบ่งปัน ว่าของนี้เพื่อนกำลังเล่นอยู่ ไปแย่งจากมือไม่ได้ให้ไปเล่นของเล่นชิ้นอื่นก่อน ให้คืนเพื่อนไป และเมื่อลูกเล่นเสร็จแล้วควรแบ่งปันให้เพื่อนเล่นบ้าง  รวมทั้งสอนทั้งคู่ไม่ให้แก้ปัญหาด้วยความรุนแรง

Tuesday, April 12, 2011

Kriengsak Chareonwongsak : ลูกถูกเพื่อนแกล้ง 1




sukk.araya is moved by the inspiration of
my teachers,
my friends and  



-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

รับมือ ลูกถูกเพื่อนแกล้ง ที่โรงเรียน 1 


นักวิชาการอาวุโส ศูนย์ศึกษาธุรกิจและรัฐบาล มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด


ลูกกลับจากโรงเรียนถูกเพื่อนแกล้ง...ชกตาบวมปูด...มีรอยหยิกตามตัว...รอยกัดที่หน้า...ของใช้ส่วนตัว ยางลบดินสอหายเป็นประจำ ฯลฯ นับเป็นเรื่องที่พ่อแม่เกือบทุกคนล้วนแล้วแต่มีประสบการณ์ดังกล่าวเมื่อลูกถึงวัยเข้าโรงเรียน  เช่นเดียวกับสมัยที่พ่อแม่ยังเป็นเด็กย่อมเคยถูกเพื่อนแกล้งหรือแกล้งเพื่อนมาบ้างไม่มากก็น้อย 
ปัญหาเด็กทะเลาะกัน แกล้งกันไปแกล้งกันมา แม้ดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาสามัญในธรรมชาติของเด็กที่อาจมีความจำกัดในการสื่อสาร  การมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ไม่รู้วิธีการชวนเพื่อนเล่น ไม่สามารถประเมินการใช้กำลังการออกแรงของตนได้ จึงทำให้ดูเหมือนว่าเด็กบางคนชอบแกล้งเพื่อนหรือชอบเล่นกับเพื่อนแรง ๆ
อย่างไรก็ตาม็้ปัญหาที่ดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อยหรือเรื่องธรรมดาของเด็ก ๆ นั้นหากพ่อแม่หรือผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องเพิกเฉยหรือจัดการปัญหาดังกล่าวอย่างผิด ๆ แล้ว  จากปัญหาเด็กทะเลาะกัน แกล้งกัน ธรรมดาอาจพัฒนากลายเป็นปัญหาใหญ่ที่สะเทือนขวัญในสังคมก็เป็นได้  ดังตัวอย่างไม่นานมานี้ที่ประเทศสหรัฐอเมริกานักศึกษาชาวเกาหลีใต้บุกเข้ากราดยิงเพื่อนและอาจารย์ในมหาวิทยาลัยเสียชีวิตจำนวนมาก สืบพบสาเหตุเบื้องหลังมาจากนักศึกษาชาวเกาหลีคนนี้ถูกเพื่อนแกล้งมาตั้งแต่เด็ก ๆ  โดยไม่มีใครช่วย จึงได้แต่เก็บกดกลายเป็นความคับแค้นใจและระเบิดออกมาเป็นเหตุการณ์ฆาตกรรมหมู่ดังกล่าว    
จากข้อมูลผลสำรวจพฤติกรรมรังแกกันในโรงเรียนของประเทศไทยเปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ ที่มีปัญหานี้เช่นกัน พบว่า ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 2 ที่มีสัดส่วนนักเรียนถูกรังแกถึงร้อยละ 40 รองจากประเทศญี่ปุ่นที่มีนักเรียนถึงร้อยละ 60 ถูกเพื่อนรังแก ผลระยะยาวที่เกิดขึ้น คือ หากเด็กที่ถูกรังแกบ่อย ๆ แล้วไม่ได้รับการช่วยเหลือหรือแก้ปัญหาย่อมเสี่ยงต่อการเติบโตมาด้วยภาวะซึมเศร้าในอนาคต  หรือถูกกดดันจนถึงกับฆ่าตัวตายซึ่งพบมากในประเทศญี่ปุ่นและอังกฤษ ฝ่ายเด็กที่ชอบไปรังแกคนอื่นหากไม่มีผู้ใหญ่เข้าไปอบรมสั่งสอนหรือมีแต่ให้ท้ายแล้วเด็กในกลุ่มนี้มีแนวโน้มเติบโตมาด้วยการเคยชินกับการใช้ความรุนแรงกับครอบครัว  คนรอบข้าง กลายเป็นอันธพาลไม่มีใครอยากคบหา เป็นที่รังเกียจของคนในสังคม
ปัญหาเรื่องการทะเลาะเบาะแว้ง กลั่นแกล้งกันในโรงเรียน จึงไม่เป็นเพียงปัญหาเล็กน้อยอีกต่อไปแต่เป็น ราก หรือมูลเหตุของปัญหาการใช้ความรุนแรงที่ถูกบ่มเพาะรอวันเกิดดอกออกผลในอนาคต  พ่อแม่จึงควรเรียนรู้หาวิธีการรับมือที่ถูกต้องกับปัญหาดังกล่าวอย่างถูกต้องเพื่อตัดไฟแต่ต้นลม