Showing posts with label ลูก. Show all posts
Showing posts with label ลูก. Show all posts

Monday, April 18, 2011

Kriengsak Chareonwongsak : คิด เขียน 5




sukk.araya is moved by the inspiration of
my teachers,
my friends and  



-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

ลับคมความคิดด้วย ทักษะการเขียน” 5 

.ดร.เกรียงศักดิ์  เจริญวงศ์ศักดิ์
นักวิชาการอาวุโส ศูนย์ศึกษาธุรกิจและรัฐบาล มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

สนับสนุนและจูงใจให้ลูก เขียน  พ่อแม่สามารถสนับสนุนการพัฒนาทักษะด้านการเขียนของลูกไม่เพียงแต่ในเรื่องอุปกรณ์ อาทิ ปากกาดินสอ กระดาษ ไดอารี่หรือสมุดสีสันสดใสสวยงามน่าขีดเขียนเท่านั้น แต่ต้องจูงใจให้ลูกรักหรือชื่นชอบที่จะ เขียน ทั้งที่เป็นทางการและอย่างไม่เป็นทางการเช่นการเขียนโคลงกลอน เพลง เขียนการ์ตูน มุขตลก แต่งนิทาน ฯลฯ พร้อมทั้งเปิดเวทีให้ลูกได้แสดงผลงานของตน อาทิ มีบอร์ดแสดงผลงานที่บ้าน ส่งเสริมให้ลูกเขียนส่งเข้าประกวดในงานต่าง ๆ   นำผลงานเขียนของลูกไปใส่ในอินเทอร์เน็ตหรือเปิด Blog ให้ลูกนำเสนอผลงาน
นอกจากนี้พ่อแม่จำเป็นต้องฝึกลูกให้เป็นคนที่ช่างสังเกต ชอบศึกษาค้นคว้า หาความรู้อยู่เสมอ  สนใจอ่านหนังสือทุกประเภท เป็นนักเก็บบันทึกประสบการณ์ เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่น่าสนใจในชีวิตประจำวัน เพื่อสั่งสมข้อมูลความรู้มาเป็นวัตถุดิบเพื่อใช้ในการเขียนให้มีความหลากหลายและสร้างสรรค์มากยิ่งขึ้น
ทักษะการเขียนเป็นทักษะที่พ่อแม่ควรฝึกฝนลูกตั้งแต่ในวัยเยาว์ เพราะนอกจากเป็นใบเบิกทางสำคัญในการเปิดโอกาสสู่ความสำเร็จทั้งด้านการเรียนและหน้าที่การงานแล้ว ยังเป็นการฝึกฝนให้ลูกหลานของเราเติบโตขึ้นมาเป็นนักคิดที่มีคุณภาพของสังคมอีกด้วย ดังประโยคที่ว่า การเขียนทำให้เกิดความเฉียบคมทางความคิดนั่นเองครับ

Wednesday, April 13, 2011

Kriengsak Chareonwongsak : ลูกถูกเพื่อนแกล้ง 5




sukk.araya is moved by the inspiration of
my teachers,
my friends and  


------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
รับมือ ลูกถูกเพื่อนแกล้ง ที่โรงเรียน 5

นักวิชาการอาวุโส ศูนย์ศึกษาธุรกิจและรัฐบาล มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด


ร่วมด้วยช่วยกันกับโรงเรียน 
 ในเมื่อลูกใช้เวลาอยู่ที่โรงเรียนมากกว่าอยู่ที่บ้าน คุณครูจึงเป็นผู้ที่ต้องมีส่วนในการรับผิดชอบเรื่องนี้ด้วยเต็ม ๆ อย่างไม่สามารถปฏิเสธหรือบ่ายเบี่ยงได้  อย่างไรก็ตามจากผลสำรวจพบว่าครูส่วนใหญ่เคยเห็นพฤติกรรมรังแกเพื่อน แต่เมื่อถามว่าได้พยายามห้ามหรือหยุดการกระทำเช่นนั้นหรือไม่คุณครูที่ถูกสัมภาษณ์กว่าครึ่งตอบว่าช่วยเหลือ ค่อนข้างน้อย หรือ แทบจะไม่เคยทำอะไร เพื่อหยุดการรังแก 
Kriengsak Chareonwongsak : ลูกถูกเพื่อนแกล้ง 5
ดังนั้นพ่อแม่จึงควรรวมตัวเป็นเครือข่ายผู้ปกครองในการผลักดันโรงเรียนให้เห็นความสำคัญในปัญหาดังกล่าวพร้อมมีนโยบายและมาตรการที่ชัดเจนในการลดปัญหาการใช้ความรุนแรงของเด็กนักเรียน การแกล้งกันหรือรังแกกัน ซึ่งส่งผลรุนแรงในระยะยาวกลายเป็นปัญหาสังคมได้ในที่สุด   
เมื่อถึงเวลาที่ลูกของเราต้องออกจากอ้อมอกของพ่อแม่ไปเผชิญโลกอันกว้างใหญ่ใบนี้ด้วยตนเอง  พ่อแม่ทุกคนย่อมรู้สึกห่วงใยไม่อยากให้ลูกต้องได้รับความทุกข์ยากหรือความเจ็บปวดในชีวิต  การยื่นมือเข้าปกป้องช่วยเหลือในยามที่ลูกยากลำบาก ถูกกลั่นแกล้ง ถูกรังแก เป็นสิ่งที่พ่อแม่พร้อมยืนเคียงข้างลูก อย่างไรก็ตามพ่อแม่ควรตระหนักอยู่เสมอว่าสองมือที่เราคิดไปเองว่าเป็นมือแห่งการปกป้องช่วยเหลือนั้นแท้จริงแล้วอาจเป็นมือที่ไปทำร้ายและทำลายทั้งชีวิตลูกของเราก็เป็นได้ 

Kriengsak Chareonwongsak : ลูกถูกเพื่อนแกล้ง 4




sukk.araya is moved by the inspiration of
my teachers,
my friends and  



-----------------------------------------------------------------------------------------------------------
รับมือ ลูกถูกเพื่อนแกล้ง ที่โรงเรียน 4

นักวิชาการอาวุโส ศูนย์ศึกษาธุรกิจและรัฐบาล มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
Kriengsak Chareonwongsak : ลูกถูกเพื่อนแกล้ง
ทำอย่างไรเมื่อลูกไปแกล้งเพื่อนที่โรงเรียน

 ในทางกลับกันหากลูกของเรามีพฤติกรรมชอบไปแกล้งเพื่อนที่โรงเรียน พ่อแม่ไม่ควรนิ่งนอนใจโดยคิดอย่างภาคภูมิใจว่าดีแล้วที่ลูกของเราจะได้ไม่ถูกแกล้ง ถูกเอาเปรียบ ลูกของเราเอาตัวรอดได้ โดยหารู้ไม่ว่าความคิดดังกล่าวแท้จริงแล้วเป็นการทำร้ายและทำลายอนาคตของลูกให้ย่อยยับไปกับมือของพ่อแม่เอง พ่อแม่จึงควรเฝ้าสังเกตว่าลูกของเรามีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงหรือไม่  ชอบหยิบของของเพื่อนมาเป็นของตัวเองหรือไม่ ครูที่โรงเรียนฟ้องมาบ่อย ๆ หรือไม่ ฯลฯ  โดยอาจย้อนมาพิจารณาถึงการเลี้ยงดูของเราว่าเป็นแบบอย่างในการใช้ความรุนแรงเพื่อแก้ปัญหาหรือไม่  เราไม่ได้ควบคุมลูกในการรับสื่อที่รุนแรงต่าง ๆ หน้าจอทีวี เกมคอมพิวเตอร์ หรือไม่  ลูกมีปัญหาทางพฤติกรรมที่ต้องปรึกษาจิตแพทย์หรือไม่ ฯลฯ  เพื่อสามารถช่วยเหลือลูกได้อย่างทันท่วงที ไม่กลายเป็นอันธพาล เกเร นักเลงหัวไม้ หรืออาชญากรในสังคมต่อไปในอนาคต

นอกจากนี้พ่อแม่ควรเข้าใจว่าเด็ก ๆ นั้นยังไม่รู้ว่าจะไปสร้างสัมพันธ์กับเพื่อนอย่างไร  จะไปขอเพื่อน ๆ เล่นด้วยควรทำอย่างไร หรือการยับยั้งพลังของตัวเองในระดับที่ไม่ไปทำร้ายคนอื่น หรือทำให้เพื่อน ๆ เจ็บนั้นควรอยู่ในระดับใด  พ่อแม่จึงควรสอนลูกในเรื่องทักษะสังคมควบคู่ไปด้วยและอาจพาลูกไปออกกำลังกายว่ายน้ำ วิ่ง ฯลฯ เพื่อให้ได้ใช้พลังที่มีอยู่ในตัวอย่างเหลือเฟือออกไปอันเป็นการลดความตึงเครียดของเด็กได้ดีในระดับหนึ่งแทนที่จะไประบายกับเพื่อนที่โรงเรียน 

Kriengsak chareonwongsak : ลูกถูกเพื่อนแกล้ง 3




sukk.araya is moved by the inspiration of
my teachers,
my friends and  



-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

รับมือ ลูกถูกเพื่อนแกล้ง ที่โรงเรียน 3


นักวิชาการอาวุโส ศูนย์ศึกษาธุรกิจและรัฐบาล มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

สอบถามลูกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 
ว่าเหตุการณ์เป็นไปอย่างไร ลูกกำลังทำอะไรอยู่  ใครเป็นคนเริ่มต้นก่อน แล้วลูกตอบโต้อย่างไร  เพื่อนที่มารังแกพูดจาหรือตอบโต้กลับอย่างไร ฯลฯ  เพราะบางครั้งสิ่งที่ลูกมาฟ้องว่าถูกเพื่อนแกล้งนั้นอาจไม่ได้เป็นความจริงทั้งหมดก็ได้ ลูกอาจเป็นคนเริ่มก่อน รังแกเพื่อนก่อนก็ได้  พ่อแม่จึงควรฟังหูไว้หู สอบถามเหตุการณ์อย่างรอบคอบเสียก่อนแล้วจึงค่อยชี้แนะลูกถึงวิธีการรับมือ  โดยอาจไปสอบถามคุณครูหรือเพื่อน ๆ ของลูกที่เห็นเหตุการณ์ว่าเป็นอย่างไรเพื่อสามารถช่วยเหลือแนะนำลูกได้อย่างตรงจุดจริง ๆ  
อย่างไรก็ตามพ่อแม่ต้องคอยสังเกตถึงความผิดปกติของลูกด้วย เช่น มีรอยฟกช้ำ เลือดออก ตามร่างกายหรือไม่  ของหายเป็นประจำหรือไม่  ลูกผอมลงและบ่นหิวเสมอ ทั้ง ๆ ที่ได้เงินค่าขนมไปโรงเรียนอย่างเพียงพอ ฯลฯ  เพราะในบางกรณีเด็กบางคนเมื่อถูกเพื่อนแกล้งไม่กล้าบอกพ่อแม่เพราะอาจถูกเพื่อนขู่หรือกลัวว่าพ่อแม่จะหาว่าตนอ่อนแอยอมให้เพื่อนแกล้งแล้วมาทำโทษตนต่ออีกซ้ำสอง  
สอนลูกถึงวิธีการตอบสนองที่ถูกต้อง   
ลูกมักเลียนแบบอย่างการตอบสนองของพ่อแม่ พ่อแม่ทำอย่างไรชี้แนะลูกอย่างไรลูกมักเชื่อฟังและยึดเอาคำสอนของพ่อแม่เป็นหลักในการตอบสนองต่อปัญหาต่าง ๆ  พ่อแม่จึงควรตระหนักว่าสิ่งที่ท่านสอนนั้นมีผลต่อชีวิตของลูกในระยะยาวแน่นอน  ดังนั้นก่อนจะแนะนำสั่งสอนจึงควรตั้งสติ คิดไตร่ตรองให้ดีด้วยความระมัดระวัง  
ในขั้นแรกพ่อแม่ควรสอนให้ลูกคิดแก้ปัญหาด้วยตัวเองก่อน  ไม่ควรช่วยเหลือหรือเสนอแนวทางทันทีแต่ฝึกให้ลูกรู้จักคิดเพื่อรับมือกับปัญหาอื่น ๆ ในทำนองเดียวกัน เพราะเราไม่ได้อยู่กับลูกและคอยช่วยเหลือลูกได้ตลอดเวลา หลังจากฟังแนวทางการแก้ปัญหาของลูกแล้วจึงค่อยชี้แจงถึงผลดีผลเสียของการตอบสนองแบบต่าง ๆ พร้อมเสนอแนะว่าการตอบสนองที่ชาญฉลาดโดยไม่ต้องใช้ความรุนแรงนั้นเป็นอย่างไรพร้อมยกตัวอย่างในภาคปฏิบัติจริงให้ลูกได้นำไปใช้  เช่น  เดินหนี  ไม่สนใจ บอกตรง ๆ ว่าไม่ชอบ  หากทำอีกจะฟ้องครู  ฯลฯ  โดยติดตามผลลูกเป็นระยะว่าลูกสามารถจัดการปัญหาได้อย่างประสบผลสำเร็จหรือไม่ หากเพื่อนที่ชอบแกล้งยังคงตามรังควานไม่เลิกรา หรือครูที่โรงเรียนไม่ได้ให้ความช่วยเหลือ พ่อแม่อาจต้องไปพบคุณครูของลูกที่โรงเรียนเพื่อช่วยกันแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น  ไปทำความรู้จักกับเพื่อนของลูกคนนั้นพูดคุยสังเกตพฤติกรรม พร้อมร่วมมือกับครูในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น
ในกรณีที่พ่อแม่พบว่าลูกถูกแย่งของเล่นต่อหน้าต่อตา  พ่อแม่สามารถเข้าไปสอนในเรื่องสิทธิและการแบ่งปัน ว่าของนี้เพื่อนกำลังเล่นอยู่ ไปแย่งจากมือไม่ได้ให้ไปเล่นของเล่นชิ้นอื่นก่อน ให้คืนเพื่อนไป และเมื่อลูกเล่นเสร็จแล้วควรแบ่งปันให้เพื่อนเล่นบ้าง  รวมทั้งสอนทั้งคู่ไม่ให้แก้ปัญหาด้วยความรุนแรง

Tuesday, April 12, 2011

Kriengsak Chareonwongsak : ลูกถูกเพื่อนแกล้ง 2




sukk.araya is moved by the inspiration of
my teachers,
my friends and  



-----------------------------------------------------------------------------------------------------------
รับมือ ลูกถูกเพื่อนแกล้ง ที่โรงเรียน 2 

นักวิชาการอาวุโส ศูนย์ศึกษาธุรกิจและรัฐบาล มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

ทำอย่างไรเมื่อลูกถูกเพื่อนที่โรงเรียนแกล้ง  
Professor Kriengsak Chareonwongsak

รับมือ ลูกถูกเพื่อนแกล้ง ที่โรงเรียน 2

เมื่อลูกถูกเพื่อนแกล้งหรือรังแก พ่อแม่ร้อยทั้งร้อยไม่สามารถอยู่เฉยหรือนิ่งนอนใจได้อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามพ่อแม่ส่วนใหญ่อาจไม่ทราบว่าหากเกิดปัญหาดังกล่าวแล้วเราควรช่วยลูกอย่างไร  โดยมากมักโต้ตอบด้วยอารมณ์รู้สึกเจ็บไปกับลูกด้วย จึงมักสอนให้ลูกตอบโต้แบบตาแทนตา ฟันแทนฟัน  ตัวอย่างเช่น สอนให้ลูกชกเพื่อนคนนั้นกลับหากถูกรังแก  หรือวันรุ่งขึ้นให้ไปแก้แค้นชกเพื่อนคนนั้นเลยอย่างไม่ทันให้เขาตั้งตัว เพื่อไม่ให้ใครกล้ามารังแกอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กผู้ชายที่พ่อแม่มักอ้างว่าต้องมีความเข้มแข็งห้ามอ่อนแอ ต้องสู้ ตอบโต้กลับไม่ให้ใครมารังแกเราได้
ไม่เพียงเท่านี้พ่อแม่บางคนรักลูกมากเมื่อเห็นลูกถูกเพื่อนแกล้งต่อหน้าต่อตาถึงกับอดรนทนไม่ได้เข้าไปช่วยเหลือลูกและแก้แค้นแทนเด็กที่มาทำร้ายลูกของตน ดังตัวอย่างที่เห็นจากหน้าหนังสือพิมพ์ไม่นานมานี้ที่พ่อเห็นลูกถูกเพื่อนผู้หญิงชกเนื่องจากแย่งของเล่นกัน ผู้เป็นพ่อถึงกับปรี่เข้าไปกระโดดถีบและกระทืบเด็กหญิงคนที่มาชกลูกของตนอาการปางตายเนื่องจากเจ็บแค้นแทนลูก               
การตอบสนองอย่างสะใจในอารมณ์ด้วยการแก้แค้นให้สาแก่ใจเช่นนี้ไม่เพียงแต่พ่อคนดังกล่าวจะต้องไปรับโทษในคุกตามระเบียบแล้ว สิ่งที่พ่อได้หว่านและตกค้างลงไปในใจของลูกนั้นน่ากลัวยิ่งกว่าเพราะนั่นคือพ่อกำลังสอนลูกว่าเมื่อเกิดปัญหา ความขัดแย้งขึ้น วิธีการแก้ไขคือ การใช้ความรุนแรง เท่านั้นอันเป็นการบ่มเพาะให้ลูกเป็นยุวอาชญากรตามมาในอนาคต
ดังนั้นพ่อแม่จึงควรระมัดระวังและตั้งสติให้ดีในปัญหาที่เกิดขึ้น เมื่อลูกถูกเพื่อนแกล้งหรือรังแกจากที่โรงเรียน อย่าเพิ่งให้อารมณ์โกรธนำหน้าไปก่อนหรือเอาแต่จะแก้แค้นแทนลูกอย่างเดียว แต่สิ่งที่พ่อแม่ควรทำได้แก่      


Kriengsak Chareonwongsak : ลูกถูกเพื่อนแกล้ง 1




sukk.araya is moved by the inspiration of
my teachers,
my friends and  



-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

รับมือ ลูกถูกเพื่อนแกล้ง ที่โรงเรียน 1 


นักวิชาการอาวุโส ศูนย์ศึกษาธุรกิจและรัฐบาล มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด


ลูกกลับจากโรงเรียนถูกเพื่อนแกล้ง...ชกตาบวมปูด...มีรอยหยิกตามตัว...รอยกัดที่หน้า...ของใช้ส่วนตัว ยางลบดินสอหายเป็นประจำ ฯลฯ นับเป็นเรื่องที่พ่อแม่เกือบทุกคนล้วนแล้วแต่มีประสบการณ์ดังกล่าวเมื่อลูกถึงวัยเข้าโรงเรียน  เช่นเดียวกับสมัยที่พ่อแม่ยังเป็นเด็กย่อมเคยถูกเพื่อนแกล้งหรือแกล้งเพื่อนมาบ้างไม่มากก็น้อย 
ปัญหาเด็กทะเลาะกัน แกล้งกันไปแกล้งกันมา แม้ดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาสามัญในธรรมชาติของเด็กที่อาจมีความจำกัดในการสื่อสาร  การมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ไม่รู้วิธีการชวนเพื่อนเล่น ไม่สามารถประเมินการใช้กำลังการออกแรงของตนได้ จึงทำให้ดูเหมือนว่าเด็กบางคนชอบแกล้งเพื่อนหรือชอบเล่นกับเพื่อนแรง ๆ
อย่างไรก็ตาม็้ปัญหาที่ดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อยหรือเรื่องธรรมดาของเด็ก ๆ นั้นหากพ่อแม่หรือผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องเพิกเฉยหรือจัดการปัญหาดังกล่าวอย่างผิด ๆ แล้ว  จากปัญหาเด็กทะเลาะกัน แกล้งกัน ธรรมดาอาจพัฒนากลายเป็นปัญหาใหญ่ที่สะเทือนขวัญในสังคมก็เป็นได้  ดังตัวอย่างไม่นานมานี้ที่ประเทศสหรัฐอเมริกานักศึกษาชาวเกาหลีใต้บุกเข้ากราดยิงเพื่อนและอาจารย์ในมหาวิทยาลัยเสียชีวิตจำนวนมาก สืบพบสาเหตุเบื้องหลังมาจากนักศึกษาชาวเกาหลีคนนี้ถูกเพื่อนแกล้งมาตั้งแต่เด็ก ๆ  โดยไม่มีใครช่วย จึงได้แต่เก็บกดกลายเป็นความคับแค้นใจและระเบิดออกมาเป็นเหตุการณ์ฆาตกรรมหมู่ดังกล่าว    
จากข้อมูลผลสำรวจพฤติกรรมรังแกกันในโรงเรียนของประเทศไทยเปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ ที่มีปัญหานี้เช่นกัน พบว่า ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 2 ที่มีสัดส่วนนักเรียนถูกรังแกถึงร้อยละ 40 รองจากประเทศญี่ปุ่นที่มีนักเรียนถึงร้อยละ 60 ถูกเพื่อนรังแก ผลระยะยาวที่เกิดขึ้น คือ หากเด็กที่ถูกรังแกบ่อย ๆ แล้วไม่ได้รับการช่วยเหลือหรือแก้ปัญหาย่อมเสี่ยงต่อการเติบโตมาด้วยภาวะซึมเศร้าในอนาคต  หรือถูกกดดันจนถึงกับฆ่าตัวตายซึ่งพบมากในประเทศญี่ปุ่นและอังกฤษ ฝ่ายเด็กที่ชอบไปรังแกคนอื่นหากไม่มีผู้ใหญ่เข้าไปอบรมสั่งสอนหรือมีแต่ให้ท้ายแล้วเด็กในกลุ่มนี้มีแนวโน้มเติบโตมาด้วยการเคยชินกับการใช้ความรุนแรงกับครอบครัว  คนรอบข้าง กลายเป็นอันธพาลไม่มีใครอยากคบหา เป็นที่รังเกียจของคนในสังคม
ปัญหาเรื่องการทะเลาะเบาะแว้ง กลั่นแกล้งกันในโรงเรียน จึงไม่เป็นเพียงปัญหาเล็กน้อยอีกต่อไปแต่เป็น ราก หรือมูลเหตุของปัญหาการใช้ความรุนแรงที่ถูกบ่มเพาะรอวันเกิดดอกออกผลในอนาคต  พ่อแม่จึงควรเรียนรู้หาวิธีการรับมือที่ถูกต้องกับปัญหาดังกล่าวอย่างถูกต้องเพื่อตัดไฟแต่ต้นลม       

Monday, April 11, 2011

Kriengsak Chareonwongsak : ลูก ทักษะความปลอดภัย 2




sukk.araya is moved by the inspiration of
my teachers,
my friends and  



-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

ปกป้องลูกรักด้วย ทักษะความปลอดภัย


นักวิชาการอาวุโส ศูนย์ศึกษาธุรกิจและรัฐบาล มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

ประการแรก พ่อแม่ทำในส่วนของตนเองอย่างเต็มที่    เพราะอุบัติเหตุที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้งนั้นพบว่า มีสาเหตุมาจากความประมาทเลินเล่อของพ่อแม่นั่นเอง  ตัวอย่างเช่น แม่มัวแต่ติดตามละครทีวีเรื่องโปรด จนปล่อยให้ลูกน้อยวัยคลานคลาดไปจากสายตา เมื่อนึกขึ้นมาได้อีกครั้งปรากฏว่าลูกน้อยคลานไปตกน้ำคลองหลังบ้านเสียชีวิตไปแล้ว
พ่อแม่ต้องตระหนักถึงบทบาทสำคัญของตนในการเป็นผู้ปกป้องดูแลความปลอดภัยให้กับลูก และทำหน้าที่นี้อย่างสุดกำลังความสามารถ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กเล็กที่ยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้พ่อแม่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ อย่าคิดว่า ไม่เป็นไร... ประเดี๋ยวเดียว”...“เดี๋ยวก่อน  ฯลฯ  เพราะเราอาจไม่มีโอกาสแก้ตัวใหม่ได้เลย หากเกิดเหตุการณ์น่าสลดใจขึ้น 
นอกจากไม่ประมาทแล้วสิ่งสำคัญคือ พ่อแม่ควรเรียนรู้วิธีการป้องกันภัยอันตรายต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับลูก การประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น  สำรวจทุกพื้นที่ในบ้านว่ามีบริเวณใดในบ้านที่ยังไม่ปลอดภัยสำหรับลูกหรือไม่ รวมทั้งการสื่อสารกับลูกอย่างสม่ำเสมอในประเด็นเรื่องความปลอดภัยต่าง ๆ   ตัวอย่างเช่น  สอบถามลูกเสมอในเรื่องความปลอดภัยระหว่างการเดินทางไปกลับโรงเรียน ความปลอดภัยในโรงเรียน สนามเด็กเล่นเป็นอย่างไร มีมุมอันตรายอะไรบ้าง โรงเรียนมีซ้อมวิธีหนีไฟหรือไม่ ฯลฯ  เพื่อหาแนวทางป้องกันแก้ไขได้อย่างทันท่วงที



Kriengsak Chareonwongsak : ลูก ทักษะความปลอดภัย 1




sukk.araya is moved by the inspiration of
my teachers,
my friends and  


------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ปกป้องลูกรักด้วย ทักษะความปลอดภัย” 1


นักวิชาการอาวุโส ศูนย์ศึกษาธุรกิจและรัฐบาล มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด


...เด็กน้อยวัยซนพลัดตกสระน้ำหลังบ้าน ช่วยไม่ทัน ตายอนาถ 
...ครูหื่นข่มขืนศิษย์ ฉวยโอกาสขณะเรียกมาติววิชาที่โรงเรียนวันหยุด
...รถยนต์ชนเด็กนักเรียนตายคาที่ขณะกำลังเดินไปโรงเรียน
...แม่อุ้มลูกซ้อนจักรยานยนต์ประสานงาสิบล้อ เด็กถูกทับตายคาล้อ 

พาดหัวข่าวต่าง ๆ นี้เป็นสิ่งที่เราพบเห็นได้บ่อยครั้งตามหน้าหนังสือพิมพ์รายวัน อันนำมาซึ่งความเศร้าสลดใจของพ่อแม่ผู้สูญเสียทุกท่าน หากดูสถิติของเด็กที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุในแต่ละปี พบว่า ตัวเลขสูงขึ้นมากอย่างน่าตกใจ  ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุจากการจมน้ำที่เป็นแชมป์อันดับหนึ่งในการคร่าชีวิตเด็กไทยไปมากที่สุดกว่า 1,500 รายต่อปี  รวมทั้งอุบัติเหตุทางรถยนต์ภัยจราจร ภัยจากการล่วงละเมิดทางเพศ  ฯลฯ   
เป็นเรื่องที่น่าคิดว่า ในขณะที่ผู้มีอำนาจในบ้านเมืองยังไม่ได้มีการออกกฎหมายหรือมีมาตรการที่ชัดเจนใด ๆ ในการดูแลรักษาความปลอดภัยสำหรับเด็ก ๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องถนนหนทาง ท่อระบายน้ำที่ไม่มีฝาปิด สวนสนุกหรือสนามเด็กเล่นที่มีเครื่องเล่นไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัย ฯลฯ ในฐานะเราซึ่งเป็นพ่อแม่ จะมีส่วนในการปกป้องลูกให้พ้นจากภัยอันตรายดังกล่าวได้อย่างไร



Kriengsak Chareonwongsak : ฝึกวินัยลูกรักอย่างไรให้ได้ผล 5




sukk.araya is moved by the inspiration of
my teachers,
my friends and  



 
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

ฝึกวินัยลูกรักอย่างไรให้ได้ผล 5


นักวิชาการอาวุโส ศูนย์ศึกษาธุรกิจและรัฐบาล มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด


การฝึกวินัยบนฐานแห่งความเสมอต้นเสมอปลาย   การฝึกฝนวินัยที่มีประสิทธิภาพต้องอยู่บนพื้นฐานของความหนักแน่น ความเสมอต้นเสมอปลาย  โดยในการฝึกวินัยแต่ละครั้งพ่อแม่ควร
...มีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าต้องการสอนอะไรลูก ต้องการปรับเปลี่ยนนิสัยอะไรของลูก และมองให้ทะลุว่าอยากเห็นลูกของตนเป็นเช่นไรในอนาคต  เพื่อการฝึกวินัยนั้นจะมีความชัดเจน พ่อแม่สามารถอธิบายให้ลูกฟังได้ว่าที่ทำไปเพราะอะไร ต้องการเห็นอะไรเกิดขึ้น  เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้อารมณ์มาเกี่ยวข้อง ซึ่งส่งผลให้การฝึกวินัยขาดประสิทธิภาพ
...มีความหนักแน่นมั่นคง  ไม่ใช่วันนี้ลูกทำผิดลงโทษ อีกวันไม่ลงโทษ ขึ้นลงตามอารมณ์ความรู้สึกลูกย่อมเกิดความสับสนและความคับข้องใจว่าแท้จริงแล้วพ่อแม่ต้องการอะไรจากเขากันแน่ การฝึกวินัยลูกย่อมไม่สามารถประสบผลสำเร็จได้  พ่อแม่จึงต้องมีความหนักแน่นมั่นคงทั้งในการแยกแยะว่าสิ่งใดถูกผิด อะไรดีไม่ดี รวมทั้งมั่นคงในการฝึกวินัยลูกอย่างเสมอต้นเสมอปลายไม่ล้มเลิกกลางครัน
ในการฝึกฝนเรื่องระเบียบวินัยนั้น มีเครื่องมืออยู่มากมายที่พ่อแม่สามารถเลือกนำไปใช้ อาทิ  การตั้งกฎระเบียบประจำบ้าน การเพิกเฉย การตักเตือน การให้รางวัล วิธีการลงโทษ เช่น การตี ดุว่า หรือการตัดสิทธิพิเศษ เป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งเท่านั้นในการฝึกระเบียบวินัย
 ทั้งนี้หลักสำคัญในการพิจารณาว่าจะเลือกเครื่องมือใดไปใช้นั้นขึ้นอยู่กับบริบทของแต่ละครอบครัว ลักษณะเฉพาะตัวของเด็กแต่ละคน อายุวัย พื้นฐานอารมณ์  ญในน ป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งในเจจุดอ่อน จุดแข็ง ของลูก  พฤติกรรมที่พึงประสงค์ ไม่พึงประสงค์  ฯลฯ ดังนั้นการมีความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อพ่อแม่จะได้รู้จักและเข้าใจลูกของตนอย่างถ่องแท้  รู้ว่าควรเลือกเครื่องมือระดับใดในการจัดการฝึกวินัยลูกในยามใดจึงเหมาะสมที่สุด ที่ไม่ตึงหรือหย่อนจนเกินไป แต่เป็นวิธีที่เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการฝึกวินัยให้กับลูกของตน  โดยสำคัญคือพ่อแม่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีของลูกไปใช่สอนอย่างแต่กลับไปทำอีกอย่าง คำสอนของพ่อแม่ย่อมไม่น่าเชื่อถือไม่เกิดความศักดิ์สิทธิ์ที่ทำให้ลูกเต็มใจร่วมมือ นอกจากนี้พ่อแม่ ปู่ย่าตายาย หรือ บุคคลที่มีอิทธิพลกับเด็ก ควรตกลงกันในแนวทางการฝึกฝนให้ไปในทิศทางเดียวกันเพื่อไม่ให้ลูกเกิดความสับสน  

      พ่อแม่ทุกคนย่อมปรารถนาให้ลูกได้รับสิ่งดีในชีวิตเท่าที่ตนจะสามารถให้ได้ การมอบความรักที่เต็มเปี่ยมไม่ว่าจะเป็นการแสดงออกด้วยคำพูด การกระทำ การปกป้องดูแลให้ลูกพ้นจากภัยอันตราย การจัดหาข้าวของทรัพย์สินเงินทอง เป็นสิ่งที่พ่อแม่ทุกคนยอมเหน็ดเหนื่อยเพื่อแลกกับการได้มาซึ่งความสุขความพึงพอใจของลูก อย่างไรก็ตามแค่รักคงยังไม่พอ เพราะสิ่งที่ลูกต้องการมากไปกว่านั้นคือการฝึกฝนระเบียบวินัยจากพ่อแม่ควบคู่ไปด้วย ซึ่งเป็นการสร้างความมั่นคงในจิตใจและเป็นกุญแจไขสู่เสรีภาพที่แท้จริงของชีวิต รวมทั้งเป็นรากฐานสำคัญที่จะนำเขาไปสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืนในอนาคต 

Kriengsak Chareonwongsak : ฝึกวินัยลูกรักอย่างไรให้ได้ผล 4




sukk.araya is moved by the inspiration of
my teachers,
my friends and  



 
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------
ฝึกวินัยลูกรักอย่างไรให้ได้ผล 4

นักวิชาการอาวุโส ศูนย์ศึกษาธุรกิจและรัฐบาล มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
kriengsak@kriengsak.com, http:// www.kriengsak.com


การฝึกวินัยบนฐานแห่งความรัก  ในการฝึกวินัยลูกบางครั้งพ่อแม่อาจจำเป็นต้องใช้เครื่องมือที่รุนแรงขึ้นมาอีกระดับ หรือที่เรียกว่าใช้ไม้แข็ง อาทิ  ดุว่า การตี การตัดสิทธิพิเศษ การตั้งกฎกติกากำหนดขอบเขตลูกในระดับต่าง ๆ ดังนั้นหากพ่อแม่ไม่ได้ปูพื้นฐานความรัก ความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกแล้ว ลูกอาจเข้าใจวัตถุประสงค์ของการฝึกวินัยของพ่อแม่ไปอย่างผิด ๆ โดยอาจคิดว่าพ่อแม่ไม่รักตน คอยแต่จะจ้องจับผิด พ่อแม่ลงโทษตนเพื่อความสะใจ เพื่อระบายอารมณ์  แก้แค้นที่ตนทำผิดทำให้พ่อแม่หงุดหงิดหรือทำให้พ่อแม่ได้อับอาย การตอบสนองของลูกอาจเต็มไปด้วยความคับแค้นใจ ต่อต้าน ประชดประชัน รอจังหวะที่จะหนีไปจากการควบคุมของพ่อแม่เมื่อมีโอกาส
ในทางตรงกันข้ามหากการฝึกวินัยอยู่บนพื้นฐานความรักแล้ว ลูกย่อมเกิดความมั่นใจในการฝึกวินัยของพ่อแม่ทุกครั้งว่าทำไปเพราะ รัก ต้องการให้ตนเป็นคนดีและปรารถนาอยากให้สิ่งที่ดีที่สุดกับลูก  การตอบสนองต่อการฝึกวินัยของลูกย่อมเป็นไปด้วยความวางใจในความรักของพ่อแม่ ไม่เก็บสะสมเป็นความขมขื่นใจเพื่อรอวันระเบิดออกมาในอนาคต    
การฝึกวินัยบนฐานของการนบนอบเชื่อฟัง  เนื่องจากเด็กยังมีความจำกัดในเรื่องของการใช้เหตุและผลอยู่มาก เด็กไม่สามารถวิเคราะห์แยกแยะว่าสิ่งใดดี ไม่ดี สิ่งใดถูก สิ่งใดผิด สิ่งใดควรทำไม่ควรทำได้ดีเท่าผู้ใหญ่  เด็ก ๆ มักรักสบาย ปรารถนาที่จำทำตามใจตนเองเป็นที่ตั้ง  ดังนั้นในช่วงเริ่มต้นของชีวิตนี้พ่อแม่จึงเป็นบุคคลสำคัญที่มีหน้าที่ชี้ทิศนำทางที่ถูกต้องพร้อมกับกำหนดขอบเขตที่ปลอดภัยให้กับลูก รวมทั้งการเตรียมความพร้อมในทุกด้านก่อนออกเดินทางไปในเส้นทางที่เขาเลือกเองเมื่อเติบโตขึ้น 
การสร้างเด็กให้อยู่บนพื้นฐานขอการนบนอบเชื่อฟัง จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่พ่อแม่ต้องสอนและแสดงให้ลูกเห็นอย่างชัดเจน เพื่อวางกรอบกติการ่วมกันว่าในบ้านของเรานั้นใครมีอำนาจหน้าที่อะไร ใครควรเชื่อฟังใคร ใครคือคนที่เราควรให้การเคารพนบนอบ ให้เกียรติเชื่อฟัง  ไม่เช่นนั้นแล้วเราจะพบว่ามีการสลับบทบาทกันในบางครอบครัวที่พ่อแม่มีความกลัวและเกรงใจลูกมาก  ลูกสั่งให้พ่อแม่ทำอะไรพ่อแม่ยอมหมด หรือมีพฤติกรรมปีนเกลียวเล่นหัวกับพ่อแม่อย่างไม่เคารพไม่รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ หากเป็นเช่นนี้พ่อแม่จะไม่สามารถฝึกฝนวินัยลูกได้เพราะจะยอมลูกไปทุกเรื่อง ซ้ำยังเป็นการเพาะนิสัยไม่ยอมอยู่ใต้อำนาจของผู้มีสิทธิอำนาจ ชอบแหกกฎ ไม่คำนึงถึงคนรอบข้าง ยึดความต้องการของตนเองเป็นที่ตั้ง  ในระยะยาวเมื่อลูกเติบโตเข้าสู่วัยรุ่นที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูงเขาย่อมยากที่จะควบคุมอาจนำไปสู่ปัญหาสังคมตามมามากมาย    
อย่างไรก็ตามพ่อแม่ไม่ควรใช้อำนาจบังคับให้ลูกเชื่อฟังอย่างไม่มีเหตุไม่มีผลหรือไม่ได้อธิบายให้ลูกเข้าใจ ไม่ควรทำตัวเป็นผู้นำแบบเผด็จการที่ไม่ยอมฟังความคิดเห็นของลูกเลยแต่ควรเปิดโอกาสให้ลูกได้แสดงความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ  อย่างเปิดกว้าง  

Kriengsak Chareonwongsak : ฝึกวินัยลูกรักอย่างไรให้ได้ผล 3




sukk.araya is moved by the inspiration of
my teachers,
my friends and  



 
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

ฝึกวินัยลูกรักอย่างไรให้ได้ผล 3


นักวิชาการอาวุโส ศูนย์ศึกษาธุรกิจและรัฐบาล มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด


หากพ่อแม่ละเลยหรือเพิกเฉยต่อการฝึกฝนระเบียบวินัยให้กับลูกในวันนี้  ผลที่เกิดขึ้นในอนาคตย่อมนำมาซึ่งความสูญเสียและเจ็บปวดให้กับทั้งตัวลูกเอง พ่อแม่ รวมทั้งคนรอบข้าง ผู้ได้รับผลกระทบในสังคมอย่างยากจะหลีกเลี่ยง  แม้ในวันนี้เราอาจยังไม่เห็นผลร้ายที่เกิดขึ้น  โดยอาจมองว่าไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย ที่ลูกวัย 3 ขวบของเราชอบปาข้าวของ กรีดร้อง เกลือกกลิ้งกับพื้น เวลาที่ไม่ได้อะไรดั่งใจ เดี๋ยวโตไปก็หายเอง หรืออาจมองว่าลูกเรานี่ฉลาดจริง ๆ ที่เถียงกับพ่อแม่แบบคำไม่ตกฟาก  ฉลาดแกมโกงเอาตัวรอดดีมาก ฯลฯ แต่ในอนาคตเมื่อลูกเติบโตขึ้นมาเราอาจพบว่าลูกของเราอาจกลายเป็นพาลเกเร ชอบแกล้งเพื่อนป่วนครูจนต้องถูกเชิญออกจากโรงเรียน  ไม่มีใครอยากคบเป็นเพื่อน  หรือเมื่อโตขึ้นมาอาจกลายเป็นฆาตรกรโดยไม่ตั้งใจเนื่องจากไม่สามารถควบคุมอารมณ์โกรธคู่กรณีในยามมีเรื่องทะเลาะวิวาทก็เป็นได้  พ่อแม่ที่เพิกเฉยในการฝึกวินัยให้กับลูกของตนในวันนี้จึงเปรียบได้กับการเห็นลูกเป็นแผลที่ขาแล้วไม่ยอมพาไปหาหมอรักษา กลัวว่าลูกจะเจ็บ จนในที่สุดแผลนั้นลุกลามไปทั่วจนยากเกินเยียวยาต้องตัดขาทิ้งไปในที่สุด 
การฝึกระเบียบวินัยจึงเป็นหลักสูตรภาคบังคับของพ่อแม่ทุกคนที่รักและปรารถนาจะให้สิ่งดีที่สุดกับลูกอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ โดยในเรื่องของการฝึกวินัยนั้นเราไม่สามารถกำหนดเป็นสูตรสำเร็จที่สามารถใช้กับเด็กทุกคนได้ เนื่องจากเด็กแต่ละคนมีลักษณะนิสัยพื้นฐานที่แตกต่างกัน  มาจากสภาพของครอบครัวพ่อแม่ที่แตกต่างกัน   ดังนั้นในแต่ละครอบครัวจึงต้องคิดสร้างสรรค์พัฒนารูปแบบวิธีการฝึกวินัยให้เหมาะสมกับบริบทตนเอง  โดยอยู่บนพื้นฐานสำคัญ 3 ประการเป็นที่ตั้ง อันได้แก่

Kriengsak Chareonwongsak : ฝึกวินัยลูกรักอย่างไรให้ได้ผล 2




sukk.araya is moved by the inspiration of
my teachers,
my friends and  



 
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

ฝึกวินัยลูกรักอย่างไรให้ได้ผล 2 


นักวิชาการอาวุโส ศูนย์ศึกษาธุรกิจและรัฐบาล มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
kriengsak@kriengsak.com, http:// www.kriengsak.com


วินัย  หรือ Discipline ในภาษาอังกฤษมีรากศัพท์มาจากคำในภาษาลาตินให้ความหมายว่า การอบรมสั่งสอน  แสดงให้เห็นภาพของการอบรม สั่งสอน ฝึกฝน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อก่อร่างสร้างลักษณะนิสัยอันพึงประสงค์ และขจัดลักษณะนิสัยที่ไม่พึงประสงค์ในตัวของบุคคลผู้นั้นออกไป อย่างไรก็ตามคนส่วนใหญ่กลับมีความเข้าใจว่า วินัย หรือ ระเบียบวินัย หมายถึง การมีชีวิตอยู่ในกรอบ ในระบบระเบียบ หรือ การลงโทษในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การตี  การดุว่า  การบีบบังคับ เพื่อให้เกิดการเชื่อฟัง 
ความเข้าใจที่ผิดเหล่านี้ส่งผลให้พ่อแม่จำนวนมากมีมุมมองที่คลาดเคลื่อนไปต่าง ๆ นานาในเรื่องของการฝึกระเบียบวินัยบุตรหลานของตน  ตัวอย่างเช่น  มองว่าการฝึกวินัยเป็นการจำกัดเสรีภาพของเด็ก ๆ ที่กำลังอยู่ในวัยเรียนรู้ ...มองว่าเป็นการปิดกั้นความอยากรู้อยากเห็น ความคิดสร้างสรรค์จินตนาการของลูก...มองว่าลูกยังเด็กเกินไปที่จะฝึกวินัย...จึงไม่อยากให้ลูกต้องได้รับความเจ็บปวดทั้งกายและใจเพราะมองว่าการฝึกวินัยเป็นเรื่องเดียวกันกับการลงโทษ...กลัวว่าการฝึกวินัยทำให้ลูกรู้สึกไม่ดีกับเราและไม่รักเรา  เป็นต้น    
 ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริงแล้ว ระเบียบวินัย เป็นสิ่งจำเป็นที่ลูกต้องการจากพ่อแม่ควบคู่ไปกับความรักจากพ่อแม่เลยทีเดียว  เลียวนาร์ด กรอส บรรณาธิการนิตยสาร Look เคยเขียนไว้ว่า เด็กที่มีอิสระอย่างไร้ขอบเขต มักตกอยู่ในความหวาดวิตก รู้สึกไม่ปลอดภัยในจิตใจและรู้สึกว่าไม่มีใครรักเขา ซึ่งตรงกับงานวิจัยหลายชิ้นที่กล่าวว่าปัญหาทางอารมณ์ที่เกิดกับเด็กมักเกิดจากการขาดวินัย เพราะแท้จริงแล้วเด็ก ๆ ต้องการรู้ขอบเขตพฤติกรรมที่ชัดเจนจากพ่อแม่ของเขา  เพื่อรู้ว่าอะไรดี ไม่ดี อะไรควรทำ ไม่ควรทำ  การฝึกฝนระเบียบวินัยจึงไม่ใช่เป็นการจองจำในสิทธิเสรีภาพแต่อย่างใด เปรียบเทียบกับการเล่นว่าว  ว่าวที่สามารถลอยได้สูงและลอยได้นานบนท้องฟ้านั้นจำเป็นต้องมีสายป่านคอยควบคุมไว้  หากปราศจากสายป่ายเมื่อใดว่าวนั้นย่อมร่วงลงตกสู่พื้นดินในที่สุด